My Forum

Please login or register.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
การค้นหาขั้นสูง  

ข่าว:

SMF - Just Installed!

ผู้เขียน หัวข้อ: ไดร์อารี่ ของ อ.ติงต๊อง 2  (อ่าน 11130 ครั้ง)

admin

  • เจ้าบ้าน
  • เพื่อนบ้าน
  • *****
  • กระทู้: 208
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
    • อีเมล์
Re: ไดร์อารี่ ของ อ.ติงต๊อง 2
« ตอบ #15 เมื่อ: กันยายน 28, 2010, 03:07:57 AM »
ส.ค.ส. 2502

เดือนมีนาคม 2502

ขึ้นปีใหม่ผ่านไป 2 เดือนที่ไม่ได้บันทึก ใจกำลังตื่นเต้นกับการฝึกสอนและเวลาแห่งการสำเร็จการศึกษาใกล้เข้่ามา ต้นเดือนนี้เดือนมีนาคม เหตุการณ์ที่ผ่านมาก็เป็นไปตามปกตืงานที่ทำอยู่ตอนนี้คือการฝึกสอน เราจับสลากได้ฝึกสอนในเทอมปลายที่โรงเรียนศึกษานารี สมัยเรียนที่ีฝึกหัดครูนครราชสีมา ได้ฝึกสอนที่รร.ราชสีมาวิทยาลัย ซึี่งเป็นโรงเรียนประจำจังหวัด เป็นโรงเรียนชาย มาคราวนี้่ได้ฝึกสอนที่รร.หญิง เป็นโรงเรียนอันดับหนึ่ง มีนักเรียนมาก เราได้สอนนักเรียนชั้รน ม.1ใหม่ๆจะรู้สึกตื่นเต้น มีอาการประหม่า แต่ไม่ช้าไม่นานก็หาย สามารถสอนได้ตามปกติ ตลอดระยะ 3 เดือนผ่านมา รูสึกว่านักเรียนส่วนมากจะรักครูฝึกสอน เพราะเรียนสนุก สบาย ครูฝึกสอนมักจะตามใจเด็ก ไม่เครียดเหมือนครูประจำ ณ เวลานี้งานฝึกสอนกำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว นักเรียนหยุดเรียน เตรียมตัวสอบไล่เพื่อเลื่อนชั้น สอบไล่เสร็จเราก็ตรวจข้อสอบ เราต้ิงตรวจข้อสอบสองครั้ง เพราะครูพี่เลี้่ยงพบว่าเราตราจไม่ละเอียด ถูกด่่าด้วยหละ เดือดปุดๆขึ้นมา คิดว่าครูพี่เลี้ยงคอยจับผิด อาจารย์กุหลาบจะใจดีกว่าทุกคน ในที่สุดเราก็คิดได้ว่าเขาหวังดีให้เราได้เป็นครูที่ดี ในฐานะเราป็นครูฝึุกสอน ตอนนี้เรากำลังฝึก เรายังไปโตพอเท่าผู้ใหญ่ เขาดุเขาด่า เราต้องรับฟัง อย่าโต้เถียง ไม่ดี คิดได้แล้วเราก็หายเคืองแค้นครูพี่เลี้ยงอย่างสิ้นเชิง รร.ศึกษานารีสอบเสร็จเมื่อ วันที่ 7 มีค. ประกาศผลการสอบ 22 มีค.รร.ยังไม่ปิด แต่เราก็ไม่มีอะไรทำ ต้องมาเซ็นชื่อปฏิบัติงานทุกวันจนถึงวันปิดเทอม แล้วเราก็อำลาครูใหญ่ ครูพี่เลี้ยง ในวันสุดท้ายปิดภาคเรียน วันที่ 15 มีค. ทางโรงเรียนจัดงานเลี้ยงส่งคณะครูฝึกสอนจำนวน 10 กว่าคน รูสึกประทับใจในไมตรีจิตที่ได้รับในคราวนี้เป็นอย่างยิ่ง

วันที่ 19 มีค.02 ความหวัง วันที่รอคอย มาถึงแล้ว เหล่านักเรียนลูกสุริยะเทพ ครู ปกศ.สูงรุ่นแรกทั้งหมด มาพร้อมกันที่หน้าตึกอำนวยการวิทยาครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เวลา 14.00 น. อาจารย์บุญถิ่นอัตถากร อธิบดีกรมการฝึกหัดครู เป็นประธานในพิธีแจกประกาศนียบัตรให้ผู้สำเร็จการศึกษา การแจกประกาศนียบัตรครั้งนี้ทำอย่างรวบรัด เนื่องเวลามีน้อย นักเรียนที่จบการศึกษามีจำนวนมาก จึงให้ตัวแทนของห้องเรียนออกไปรับประกาศนียบัตร เราไม่ได้รับโดยตรงจากท่านอธิบดี จึงรู้สึกไม่น่าภูมิใจเท่าไร ช่างเถอะ เอาเป็นว่าเราสอบได้ จบการศึกษาแล้ว เท่านี้ก็พอใจ ในงานนี้มีดนตรีบรรเลงเป็นการฉลองความสำเร็จ ร่วมกันรับประัทานอาหาร นับเป็นมื้อสุดท้ายแล้วเราก็จะได้อำลาจากกัน สองปีในอาณาจักรบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ไม่ค่อยมีอะไรประทับใจ ต่างจากสมัยเรียนที่ฝึกหัดครูนครราชสีมามากๆเลย การเีรียนที่นี่ไม่ได้เป็นนักเรียนประจำ ทุกคนพักอยู่นอกวิทยาลัย เราได้พบกันในห้องเรียนเท่านั้น ความใกล้ชิดสนิทสนมไม่บังเกิด การพับกันวันนี้ก็เหมือนวันธรรมดา พอได้เวลาเลิกงาน 19.00 น. ต่างคนต่างก็แยกย้ายกลับบ้าน กลับที่พัก รุ่งขึ้นวันที่ 20 มีค. เราก็เดินทางกลับบ้านท่าฉางโดยรถด่วนสายใต้ พักอยู่ที่บ้านได้ 2 วัีนก็กลับกรุงเทพ ไม่รู้ไปทำไม เสียค่ารถเปล่าๆ ไม่เข้าใจตัวเราเลย วันที่ 25 มีค. มีเพื่อนๆมาชวนกันไปสมัครเรียน อบรมเพื่อเรียนต่อ อบ.ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการอบรมทุกวันฟรี เราก็เอากะเขาด้วย

เดือนเมษายน 2502

วันนี้เราพักอยู่ที่หอพักพีศรี ตรอกวัดสังข์กระจาย

พุธที่ 1 เราย้ายที่พักจากบ้านเลขที่ 146/2 ซอยประสานมิตร ต.หิรัญรูจี อ.ธนบุรี ไปอยู่ที่หอพักพีศรี เลขที่ 100 ตรอกวัดสังข์กระจาย เจริญพาสน์ ธนบุรี ราคาไม่สงเกินไป รวมค่าอหารสองมื้อเดือนละ 220 บาท เงียบสงบ ไป มา สะดวก ปลอดภัยดี พักห้องละ 1 คน คืนนี้ไปเอากุญแจที่หอพักเก่า วงเวียนใหญ่ ขากลับเจอคนขี้เมาคนหนึ่ง ดีว่าเราเดินหลบหลีกได้ มาถึงหอพักก็มีศิษย์เก่าจากรร.ศึกษานารี ชื่อวันดีกับประทุมมารอเยี่ยมอยู่ -มีข่าวจากทางบ้านว่าให้เราไปรายงานตัวที่สัสดีอำเภอเรื่องการเกณฑ์ทหาร ที่จริงเราจบ รด.ปีที่ 3 แล้วทำการปลดเป็นกองหนุนแล้ว ทางอำเภอภูมิลำเนาคงไม่ได้รับแจ้ง ยังไงเราต้องรีบกลับไปรายงาน มิฉะนั้นจะมีความผิด พฤหัสบดีที่ 2 เมย. เริ่มเข้าอบรม อบ. เรียนได้ชั่วโมงเดียวก็ขออนุญาตไปฟังผลการรายงานตัวที่กรมวิสามัญ กระทรวงศึกษา ได้เขียนใบสมัครแสดงความจำนงโรงเรียนที่ต้องการไปสัีงกัด พร้อมด้วยเอกสารดังต่อไปนี้

1. ใบแสดงวุฒิ (ปกศ.สูง)
2. ใบประกาศนียบัตร ม.6
3. ใบทะเบียนสำมะโนครัว
4. ใบรับรองแพทย์
5. ใบทหารกองเกิน

เรามีปัญหาเรื่องวันเดือนปีเกิดในทะเบียนบ้านกับใบสุทธิไม่ตรงกัน ในทะเบียนบ้านเกิดวันที่ 17 กันยายน 2479 แต่ทางโรงเรียน เป็นวันที่ 17 กันยายน 2480 จำเป็นต้องแก้ไขให้ตรงกัน ---ศุกร์ที่ 3 เมย. วันนี้ได้ใบสุทธิจากวิทยาลัยครูบ้านสมเด็จมาแล้ว แต่ยังกังวลใจเรื่องวันเดือนปีเกิดไม่ตรงกัน จึงเข้าไปขอคำปรึกษาที่กรมการฝึกหัดครู เจ้าหน้าที่บอกว่าแก้ที่นี่ไม่ได้ ต้องไปขอแก้ที่อำเภอ จากนั้่นเราลองไปปรึกษาที่กรมวิสามัญ ทางเจ้าหน้าที่ให้ความเห็นว่า ไม่ตรงกันก็ไม่เป็นไร ความสำคัญอยู่ที่เราอายุครบ 18 ปีหรือเปล่า ทีนี้ว่าเรื่องทหาร เราจะต้องกลับไปบ้่านที่อำเภอท่าฉางและจะได้ขอสำเนาทะเบียนบ้านมาด้วย รายชื่อโรงเรียนที่เราแสดงความจำนงไปสอนคือ โรงเรียนศึกษานารี(เพราะเคยฝึกสอนที่นี่) รร.วัดสุทธิ รร.วัดบวร รร.สุวรรณาราม รร.ทวีธาภิเศก ---เสาร์ที่4 เมย. ตอนเช้าไปอบรม อบ.ตามปกติ วันนี้อ.วัชรีย์ให้หนังสือสองเล่มคือ ประวัติวรรณคดี และกำศรวลศรีปราชญ์ ซึ่งจะต้องใช้สอบกลางปี พอหมดชั่วโมงก็ออกมา คิดว่าจะไปทำเรื่องขอปลดทหาร แต่นึกๆได้ว่าวันนี้เป็นวันเสาร์ ต่อด้วยวันอาทิตย์และวันจันทร์เป็นวันจักรี หยุดราชการต่อกันสามวัน อาทิตย์ที่ 5 เมย.ไม่ได้ไปไหน นอนอยู่กับบ้านพัก อยู่คนเดียวมีอารมณ์บ่อย ต้องปลดปล่อยด้วยการไขก๊อก ไม่ให้มันคั่งค้าง พอเบาตัวแล้วก็ออกไปข้างนอกหาอาจารย์พิชัยที่วิทยาลัย แต่ไม่เจอ ไม่เป็นไร เย็นนี้จะไปใหม่ คือต้องการให้อาจารย์เซ็นรับรองสำเนาถูกต้องในใบสุทธิวันอังคารนี้จะไปยื่นที่กรม ฯ ถ้าทางกรมการรักษาดินแดนรับไว้ก็จะได้ไม่ต้องกลับบ้าน จันทร์ที่ 6 เมย. คืนนี้ปวดท้องมาก ยาก็ไม่มีกิน ทนปวดจนหลับไป ตื่นขึ้นมาก็หายปวด เกือบโมงเช้า นึกได้ว่าวันนี้หยุดราชการก็หลับต่อ คราวนี้เกือบสองโมง ออกไปข้างนอก เห็นเลขจากเรียงเบอร์ที่เด็กเร่่ขาย งวดนี้ออกเลข 81 ใจหาย จริงหรือเนี้ยะ งั้นเราก็ถูกเลขท้ายสองตัว ---อังคารที่ 7 เมย. ไปติดต่อขอปลดเป็นทหารกองหนุน เจ้าหน้าที่รับเรื่องไว้บอกให้ไปวัดตัววันที่ 27 เมย. ขากลับเลยไปรับรูปถ่ายที่ร้านแถวเยาวราช (จำชื่อร้านไม่ได้)แล้วรับเงินรางวัลลอตเตอรี่ 200 บาท มีค่ารถกลับบ้านแล้ววู้ย --- พุธที่ 8 เมย.ไปอบรม อบ หมดเวลาตอนเที่ยง วันนี้จะต้องเดินทางไปโคราช รีบกลับบ้านเตรียมเสื้อผ้าใส่กระเ๋ป๋า ไปขึ้นรถโดยสารไปโคราช จอดอยู่ที่วงเวียน 22 กรกฎา ของบริษัทสหเกียรติภูมิ ใช้สิทธินักเรียนได้ลดราคาครึ่งหนึ่ง คือ 10 บาท เวลา 14.00 รถออกจากสถานี ผ่านรังสิต แก่งคอย ปากกช่อง สีคิ้ว สูงเนินถึงโคราชเกือบ 20.00 น. คืนนี้พักที่โรงแรมสามัคคี ที่โรงแรมชข่างสามัคคีสมชื่อ พอเรานอนตัวเรือดเป็นกองทัพแห่กันมารุมกัด ดูดเลือดเราอย่างไม่เกรงใจเลย นอนไม่หลับ ช่วยตัวเองจนหมดแรงก็หลับได้สบาย ตื่นเช้าทำธุรกิจส่วนตัวเสร็จ ว่าจ้างรถสามล้อให้ไปส่งที่บ้านกำนันตำบลหมื่นไวย สามล้อเรียกราคา 6 บาท ไม่ต้องต่อเลยหละครับ ก้าวขึ้นนั่ง สามล้อก็ถีบปุเลงๆไปตามถนนออกนอกเมือง

 

เข้าไปในหมู่บ้านพักเดียวก็ถึงบ้านกำนัน บอกความประสงค์จะขอย้ายทะเบียนสำมโนครัวไปเข้าบ้านทึ่กรุงเทพ กำนันรีบจัดการทำให้ในบัดนั้น และเราก็ไม่ลืมช่วยย้ายให้คุณทองดีด้วย---ศุกร์ที่ 10เมย.กลับจากโคราชเมื่อวานนี้ ทองดีได้ไปมหาสารคามเพื่อทำใบย้ายทะเบียนสำมะโนครัวเหมือนกัน ที่เราย้ายมาจากโคราชก็ไม่ต้องใช้ เช้าวันนี้ไปอบรม อบ.ตามปกติ ตอนบ่ายไม่มีการอบรม จึงจะเอาทะเบียนบ้านย้ายบ้านหอพักที่เราพักอยู่ แต่ไม่เจอเจ้าของบ้าน หงุดหงิดนิดหน่อย ชวนคุณจิรศักดิ์ไปเที่ยวด้วยกัน เดินผ่านตลาดแขก แวะบ้านทองดี เขาเพิ่งกลับมาจากมหาสารคาม และกำลังจะไปขอย้ายทะเบียน เราก็ขอย้ายเข้าบ้านน้าประชิดด้วยอีกคนหนึ่ง ดังนั้น เรา 3 คนก็ไปอำเภอด้วยกัน ย้ายเข้าบ้านเลขที่ 168 ตรอกตลาดแขก ต.กัลยาณ์ อ.ธนบุรี จ.พระนคร --เสาร์ที่ 11 กลับจากอบรม อบ.แวะบ้านทองดีชวนกันไปดูหนังที่เฉลิมไทย วันนี้เรื่องเฮอร์คิวลิส ----คิดถึงเรื่องเรียน ชักเหนื่อยหน่ายเต็มที อยากพัก อยากจะทำงานอย่างเดียวดังนั้นเรื่องการอบรม อบ.กลัวว่าจะไม่สำเร็จอย่างที่หวังเสียแล้ว โรคขี้เกียจกำลังเข้าประชิดติดพันอยู่ในสมอง แบบฉีดยาไม่หาย---อาทิตย์ที่ 112 เมย. เช้าวันนี้ออกจากบ้าน ตั้งใจว่าจะไปาหาพี่ยัง ผ่านโรงหนังเหลิมกรุง เปลี่ยนใจ ซื้อตั๋วเข้าไปสงบสติอารมณ์ วันนี้เรื่องเชลยศักดิ์ หนังสนุกดี แต่เราไม่ค่อยสนุกตาม พอหนังเลิก เกิดเปลี่ยนใจไปบ้านพี่ยังตามที่ตั้งใจไว้แต่เดิม นั่งรถไปพญาไท ที่บ้านพี่ยังเราได้พบพี่สมนึก จึงได้่รู้ว่าพี่ยังซื้อบ้านที่ซอยจิตรลดา น้องโต้งพาเราไปส่งที่บ้านใหม่ของพี่ยัง ได้เจอทั้งพี่ยังและพี่เนาว์ที่บ้านใหม่ เป็นบ้านแบบห้องแถวของคนจีนทั่วไป บ้านข้างเคียงเป็นคนจีน แต่ไม่แปลกประหลาดเพราะพี่เนาว์ก็เป็นคนจีน พูดภาษาจีนได้อยู่แล้ว จันทร์ที่ 13 เมย.ตื่นเช้า กินข้าวเสร็จก็นอนต่อ ถอดเสื้อผ้าออกหมด เพื่อนๆที่หอพักก็นอนกันแบบนี้กันทั้งนั้น เพราะอากาศร้อน ไม่มีพัดลม เปิดหน้าต่างให้ลมโชย ก็ทำให้นอนหลับสบาย ตื่นมาตอนเที่ยงแต่งตัวออกไปข้างนอก ไปวงเวียนใหญ่ แวะเข้าบ้านคุณทองดี ไม่เจอเพราะเขาพาญาติๆที่ีมาจากต่างจังหวัดไปเที่ยวกัน วันนี้เจอศิษย์เก่าศึกษานารี 2 คนทักทายยกมือไหว้เรา จำไม่ได้หรอก ไม่รู้ชื่ออะไรบ้าง --อังคารที่ 14 เมย. ชวนคุณทองดีไปเอาใบรับรองแพทย์ที่สุขศาลาเจ้าคุณประยูรวงศ์ นัดกับทองดีว่าวันพรุ่งนี้เราจะไปกระทรวงด้วยก้ัน --พุธที่ 15 เมย. วันนี้ออกจากบ้านแปดโมงกว่า ถึงกระทรวงศึกษาก่อนทองดี เข้าไปติดต่อก่อน ปรากฏว่าใบแพทย์ใช้ไม่ได้ ต้องใช้แบบของกระทรวงให้หมอเซ็น ทองดีมาถึงเราสองคนก็พากันไปหาหมอที่สุขศาลากันอีกครั้ง หมอเซ็นให้แล้วเราย้อนกลับมายื่นใหม่ ตอนนี้เวลา 15.00 น.แล้ว ยังไม่เรียบร้อย ยังขาดคนรับรอง เราสองคนขึ้นไปชั้นสองซึ่งเป็นกรมการฝึกหัดครู เจออาจารย์อำพล อาจารย์บ้านสมเด็จ เรารู้ัจักดีจึงขอให้ช่วยลงนามรับรอง แต่อาจารย์อำพลบุ้ยปากไปที่อาจารย์ ดร.ก่อ สวัสดิพาณิชย์ เรายื่นเอกสารให้ อาจารย์ดร.ก่อ ไม่รู้สักเราสองคน แต่อาจารย์อำพลรับรองว่าเราสองคนเป็นนักเรีียนฝึกหัดครูบ้านสมเด็จเจ้ัาพระยา้ ท่านก็ยอมเซ็นให้โดยดี เสร็จแล้วลงมาที่กรมวิสามัญ ยื่นเอกสารอีกครั้ง เป็นอันเสร็จงานแล้ว เจ้าหน้าที่รับเรื่องไว้ นัดให้ฟังผลวันที่ 10 พค.02 คืนนี้เที่ยวงานวัดโพธิ์ กลับถึงบ้าน 2 ทุ่ม --พฤหัสบดีที่ 16 ไม่อยู่ติดบ้านสักวัน เช้าวันนี้ก็มีเรื่องออกจากบ้านอีก แรกไปเยี่ยมคุณจีระที่รร. พบคุณจิรศักด์อยู่ที่นั่นด้วย เขาขอให้เราช่วยรับประกาศนียบัตรให้เขา เพราะเขาจะกลับบ้านต่างจังหวัดแล้ว มีใบมอบฉันทะให้เป็นหลักฐาน มีคุณองอาจขอร้องด้วยอีกคน เพื่อนกลุ่มนี้เป็นผู้ที่สอบไม่ผ่านในตอนแรก ต้องเรียนซ่อมและสอบอีกครั้ง คราวนี้สอบผ่านและได้่รับประกาศนียบัตร จึงให้เรารับแทน ---ศุกร์ที่ 17 เงินหมดอีกแล้ว เที่ยวบ่อยนี่นา ได้มาจากบ้าน 500 บาท หเผลอแผลบเดียวหายไปไหนไม่รู้ซี แย่จังเรา พักนี้อยู่กินเงินไปเรื่อยๆ ชักจะกลุ้มอยู่เหมือนกัน เสาร์ที่ 18 เมย.เช้าวันนี้ไปบ้านคุณทองดี เล่นรัมมี่กันเพลินๆ เราเล่นรัมมีเป็นด้วยซี เพลินไปวันหนึ่งๆ จนเที่ยงออกจากบ้านทองดีเดินผ่านวัดบุปผาราม แวะเยี่ยมคุณชะอุ่มที่วัด ถามข่าวเรื่องใบประกาศนียบัตร เขาบอกว่าวันที่ี 20 คงได้ เราจะได้ไปรับให้คุณจิรศักดิ์ รับปากเขาแล้วก็ต้องทำต่อไป ---อาทิตย์ที่ 19 เมย. อยู่บ้านทั้งวัน อ่านหนังสือ ซักผ้า แล้วก็นอน อยู่เงียบๆคนเดียวชอบช่วยตัวเอง อาจารย์สอนว่าอย่าให้สมองเครียด ปลดปล่อยเมื่อยามต้่องการจะช่วยให้สุขภาพดี--จันทร์ที่ 20 ลองเดินเตร่ไปที่วิทยาลัย แต่ไม่มีข่าวว่าประกาศนียบัตรจะออก ก็เดินวกกลับไปบ้านคุณทองดี แต่เขาก็ไปหาเราที่บ้าน สวนกันวันนี้รับธนานัติ 300 บาท เขียนจดหมายตอบแล้วไปรับเิงินที่ปณ.วงเวียนใหญ่--*พุธที่ 22 ไปโทรเลขบอกคุณจิรศักดิ์ให้มารับประกาศนียบัตรด้่วยตนเอง เรารับแทนไม่ได้ จากนั้เรากับเพื่อนก็เดินเที่ยวไปเรื่อยๆ แวะดูหนังแผ่นตาม
โรงหนังคิงส์ แกรนด์ เยาวราช พัฒนากร บรอดเวย์ จนถึงวงเวียน 22 กรกฎา เหนื่อย เมื่อยขาจังเลย ขากลับเดินไม่ไหว นั่งรถจุฬา-สำเหร่ ถึงบ้านจวนค่ำ พฤหัสบดีที่ 23 ตั้่งใจว่าจะไปดูที่ดินที่กระทุ่มแบน สมุทรสาคร แต่ไม่ไป ไว้วันหลังดีกว่า เพราะเงินจวนจะหมดแล้ว ---ศุกร์ที่ 28 เมย.ได้รับโทรเลขจากคุณจิรศักด์ แสดงว่าคงสวนทางกัน ก็เราก็โทรไปเหมือนกัน งั้นรอให้เขาลงมารับเอง ถ้าเรารับได้ก็จะรับเก็บไว้ก่อน เย็นนี้ออกจากบ้านคนเดียว ซื้อหนังสือวิทยาศ่าสตร์มหัศจรรย์และรวมเพลงทอปฮิต ---เสาร์ที่ 25 เมย. ไปนอนอ่านหนังสือที่บ้านเพื่อนจนบ่าย เย็นจึงได้กลับบ้าน กำลังคิดว่าจะกลับบ้านท่าฉาง ไปรอคอยฟังผลอยู่ที่บ้านน่าจะดีกว่า ---อาทิตย์ที่ 26 เมย.เช้าวันนี้กินข้าวเสร็จ นอนอ่านหนังสือ นอนพักผ่อน หลับไปด้วยความอ่อนเพลีย ตื่นบ่ายโมงกว่า ออกไปหาซื้อหนังสือไดอารี่ อากาศร้อนมาก เหงื่อโชก ถ้าเดินต่อคงเป็นลมแน่ ยังไม่เคยเป็นลมสักที ว่าไปงั้นแหละ เดินหาหลายร้าน ไม่มีเหลือไว้ให้เราเลย พับเผื่อย---จันทร์ 27 เมย. ไปกรมการรักษาดินแดน ไม่อยากขึ้นรถ เดินไปทางสะพานพุทธ เลี้ยวซ้ายเข้าปากคลองตลาด อีกหน่อยเดียวก็ถึงกรมฯ นัดพร้อมกันที่นี่ จะมีรถไปส่งที่มณทลทหารบก เมื่อเราไปถึงก็มีคนรออยู่แล้วหลายคน ที่ีมณทลทหารบกเราก็ได้วัดตัว ชั่งน้ำหนัก นัดให้ไปรับหนังสือสำคัญในวันที่ 29 เดือนนี้---อังคารที่ 28 ชวนทองดีไปกระทรวงด้วยกัีน แต่ยังไม่ได้ข่าวอะไร ตอนบ่ายสมพรมาเยี่ยม วันที่ 29 ทางกรมการรักษาดินแดนแจ้งว่าได้ส่งหลักฐานการปลดเป็นกองหนุนไป
ยังอำเภอภูมิลำเนาแล้ว---พฤหัสบดีที่ 30 เมย.สิ้นเดือนอีกแล้ว วันนี้ตัดสินใจเดินทางกลับบ้านท่าฉาง วันนี้ก็ว่าง ไม่มีอะไรทำ เดินเตร่ไปแถวโรงหนังเฉลิมกรุง หนังใหม่วันนี้เรื่องชาติสมิง คนดูเยอะมากตั๋วราคา 10 บาทหมด เราต้องซื้อ 12.50 บาท วันนี้ดูหนังคนเดียว
ก็ไม่สนุกเท่าไร พอหนังเลิกฝนก็ตกลงมา ตกหนักเสียด้่วยซี น้ำไหลนองไปตามพื้นถนน ชั่วโมงกว่าเราจึงวิ่งฝ่าฝนไปขึ้นรถ
บันทึกการเข้า

นายเสือ

อย่ายอมแพ้

Free Reseller Host
paradise on koh phangan

admin

  • เจ้าบ้าน
  • เพื่อนบ้าน
  • *****
  • กระทู้: 208
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
    • อีเมล์
Re: ไดร์อารี่ ของ อ.ติงต๊อง 2
« ตอบ #16 เมื่อ: กันยายน 28, 2010, 03:09:05 AM »
เดือนพฤษภาคม 2502

ศุกร์ที่ 1 ได้เงินค่ารถแล้ว 130 บาท จากธนาคารคนจน พรุ่งนี้จะได้กลับบ้านท่าฉาง ไปนอนรอฟังผลการบรรจุที่บ้านดีกว่า กะว่าจะพักอยู่ที่าบ้านสัก 15 วัน เสาร์ที่ 2 พค. เช้าวันนี้ตื่นสาย รีบตาลีตะเหลือกไปสถานีรถไฟบางกอกน้อย ตั้งใจว่าจะขึ้นรถสายประจวบ แต่เห็นรถไฟสายชุมพรยังจอดรออยู่

เราก็เปลี่ยนใจขึ้นรถสายชุมพร เหลือเวลาอีกราวครึ่งชั่วโมงรถออก หิ้ิวกระเป๋าขึ้นรถอย่างใจเย็น คนแน่นเหมือนปลากระป๋อง หาที่ยืนยังจะไม่มี หาที่ซุกกระเป๋าเดินทางได้แล้วก็ยืนเกาะประตูรถ โอ้อนาถวาสนาเรา กรรมก่อนเก่าตามมาหรือว่าไร ทำไมจึงต้องทรมานอย่างนี้หนอ จะต้องยืนไปจนถึงชุมพรหรือนี่ ทำไงได้ล่ะ แต่โชคเรายังมี ไม่นานรถมาถึงจังหวัดเพชรบุรี คนลงไปหลายคน เรารีบจับจองที่นั่งไว้ เป็นทีของเราบ้างแล้ว ได้ที่เหมาะริมหน้าต่าง มองสำรวจสองข้างทางรถไฟ เพลินตานะ จากเช้าเป็นเที่ยง จากเที่ยงเป็นบ่าย หกโมงเย็นกว่าๆ รถก็ถึงชุมพร สุดสายแค่นี้ ทุกคนก็ต้องลงจากรถ เราเดินไปหาโรงแรมใกล้ๆสถานี ค่านอนคืนละ 15 บาท คนโรงแรมเสนอจะหาเพื่อนมานอนด้วย แต่เราไม่เอา ขอช่วยตัวเองดีกว่า เรายังเด็กอยู่ ไม่เหมือนสมพรเพื่อนเรา เขาเคยไปหาผู้หญิง ให้เราดูดโอเลี้ยงคอย---- อาทิตย์ที่ 3 พค. ตื่นเช้าไปรอขึ้นรถที่สถานี รถออกเวลา 7.30 น. บนรถเจอเพื่อนๆ 3-4 คน รถไฟสายนี้ไปสุดทางที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ผ่านท่าฉางเกือบเที่ยงวัน รถต้องหยุดก่อนเข้าสถานีท่าฉางเพื่อรอหลีกรถอีกขบวนหนึ่ง เราได้โอกาสก็ลงจากรถ เพราะใกล้บ้านเราแล้ว เดินอีกหน่อยเดียวก็ถึงบ้าน พ่อ แม่ น้องอยู่บ้าน พี่หลวงอยู่ที่นิคมบ้านดอน ลืมพูดถึงเรืื่่องของพี่หลวง ที่นิคมบ้านดอนเปิดให้จองที่ดินทำไร่คนละ 25 ไร่ มีหลายคนจากบ้านไร่ปรงไปอยู่ที่นั่น พี่หลวงก็ไปกะเขาด้วยคนหนึ่ง ตอนหลังพ่อ แม่ก็ย้ายไปอยู่ด้วย ----จันทร์ 11 พค. พักอยู่ได้ 8 วันแล้วนะเหตุการณ์เก่าๆ ยังหวาดหวั่นอยู่ แต่ไม่มีใครพูดถึง ไม่ค่อยได้ออกไปไหนเลย ช่วยทางบ้านขุดดินถมที่ปลูกบ้าน เดิมเป็นที่นา ลุ่มน้ำท่วมในหน้าฝน จึงต้องขุดดินขึ้นมาถมที่ให้สูง รอบๆก็เป็นคูลึก เราช่วยขุดกับพ่อจนเสร็จ ฝนตก น้ำเต็มคูที่ขุดไว้ เข้าหน้าฝนแล้ว ฝนจะตกเกือบทุกวัน น้ำในนาเริ่มขัง ปลาก็ออกจากคูในสวนหาแหล่งที่อยู่ใหม่ตามธรรมชาติของมัน และกำลังจะเข้าฤดูทำนา เมื่อวันที่ 6 พี่หลวงมาจากนิคม มาป่วยที่บ้าน นอกพัก 4-5 วัน พอหายดีแล้วก็กลับไปนิคมในวันที่ 13 แต่เราก็กลับกรุงเทพก่อน และวันนี้ที่ 11 พค. เราไปบ้านคุณสรรเสริญเยี่ยมพี่บุญเสี้ยนที่บ้านท่าฉาง และถามถึงพาสนา สา่วบ้านดงตาลผู้่นั้น ---อังคารที่ 12 พค. วันนี้ก็จะกลับกรุงเทพแล้ว เสื้อผ้า 2-3 ชุดที่เอามาก็จับยัดเข้ากระเป๋าตามเดิม ไม่มีอะไรต้องเตรียม เที่ยงกว่าๆก็เดินทาง ไปกรุงเทพคราวนี้ได้ตังค์จากบ้านมา 1,000 บาท ขึ้นรถไฟที่สถานีท่าฉาง ซื้อตั๋วไปลงที่สถานีชุมพร บนรถเจออนงค์กับสากลกลับกรุงเทพวัีนนี้ด้วยเหมือนกัน ที่ชุมพรเราพักค้างคืนที่โรงแรมไทยวัฒนา--- พุธที่ 13 พค. บนรถไฟสายธนบุรี ออกเวลา 6.50 น. ชายคนหนึ่งอายุราว 30 หรือ 40 ปี นั่งตรงข้าม เราคุยกันถูกคอดี แต่ดูเหมือนแกจะคุยคนเดียวมากกว่า เราได้ฟัง อือ ๆ เออๆ ไปตามเรื่อง ้เล่าว่าเคยเข้าป่า ดงพญาเย็น น่ากลัวมาก มีสัตว์ร้าย มีงูขนาดใหญ่ ป่านี้มีไข้ป่า เขาเองก็ป่วยนานถึง 3 เดือน เวลา 18.10 น. รถไฟเข้าจอดสถานีธนบุรี สุดปลายทาง มีคุณทองดีกีบติ๋วมาคอยรับ บอกข่าวว่าคำสั่งบรรจุครูออกมาแล้ว ทองดีบรรจุที่รร.วัดสิงห์ บางขุนเทียน ธนบุุรี และเรานายประดิษฐ์ได้เป็นครูที่รร.วัดชิโนรส บางกอกน้อย ---พฤหัสบดีที่ 14 พค. เรากับทองดึไปดูโรงเรียนวัิดชิโนรส นั่งรถสาย 56 บางขุนนนท์ -บางลำภูู ลงหน้าโรงเรียน ใกล้โรงเรียนคือวัดชิโนรส บอกเห็นยอดเจดีย์ หลังคาโบสถ์ เดินเข้าประตูโรงเรียน มีอาคารใหญ่ 2 ชั้นเป็นอาคารไม้ บริเวณกว้างไม่มากนัก ที่ป่้ายบอกชื่อครูใหญ่ชื่อ เจษฎา บุญพูน เป็นโรงเรียนมัธยมมี ม.1ถึง ม.6 จากนั้นเราก็นั่งรถไปเยาวราช ซื้อกางเกงตัวหนึ่งที่ร้านทรงสมัย ขากลับแวะเยี่ยมสมพร แต่ไม่เจอ ----เดี๋ยวนี้ สิงที่ีคอย สิ่งที่หวังก็ได้มาแล้ว ใจเราก็ยังไม่เป็นสุขนัก เพราะไม่ค่อยจะมั่นใจตัวเองที่จะเป็นครู ขณะนี้เหลืออีก 3 วันเท่านั้นที่เราต้องลงสนามแสดงบทบาทความเป็นครู --วันที่ 15 ไปเยี่ยมพี่ยัง แต่พี่ยังกับพี่เนาว์ไปหลังสวน ก็ไม่เจอกัน --เสาร์ที่ 16 พค.ไปหาหอพักใหม่ที่ดีกว่าและราคาถูกกว่าแต่หาไม่ได้ อาทิตย์ที่ 17 พค. เช้าวันนี้ไม่ค่อยสบาย กระวนกระวายใจ ออกไปข้างนอกหาอาหารบรรจุท้อง นั่งรถไปพาหุรัดเย็บเสื้อ กลับมาแวะบ้านทองดี เล่นรัมมี่กันจนเย็น วันนี้เริ่มรับอาหารปิ่นโตจ่ายล่วงหน้า 100 บาท---จันทร์ที่ 18 พค. วันแรกของการเปิดภาคเรียน แม้ว่าจะเป็นตอนเช้า แต่อากาศรู้สึกร้อนอบอ้าว และฝนตั้งเค้าจะเทลงมาด้วย ออกจากบ้านมาได้หน่อยหนึ่งฝนก็ตก หนักเสียด้วย ตั้งแต่ 7 โมงจนถึง 10 โมงก็ยังไม่หยุด เราติดฝนอยู่ที่เทวศน์ 3 ชั่วโมงจึงได้เดินเข้ากระทรวง เจอเพื่อนๆหลายคนที่ได้รับการบรรจุ รับหนังสือรายงานตัวแล้ว เราสองคนกับทองดีก็ต่างคนต่างแยกกันไปรายงานตัวที่โรงเรียน ตอนแรกที่เข้าไปในโรงเรียนวัดชิโนรส รู้สึกกลัวๆนิดหน่อย เข้าห้องครูใหญ่ ยื่นหนังสือรายงานตัว ถูกสัมภาษณ์นิดหน่อยแล้วเข้าห้องประชุมครู เราได้รับหน้าที่ครูประจำชั้่น ม. 5 ข.สอนวิชาภาษาอังกฤษ อังคารที่ 19 พค. วันที่สองของการทำงาน ค่อยเป็นกันเองกับเพื่อนๆครูขึ้นมาบ้าง ได้เรียนรู้สังคมครูในโรงเรียน รู้สึกสบายใจขึ้น ลงชื่อลงเวลาตอนเช้า แต่ตอนกลับยังไม่ต้องลงชื่อ เอาไว้ลงในวันรุ่งขึ้น การสอนเป็นหน้าที่ของเรารับผิดชอบ ไม่ต้องมีการบันทึกการสอนเหมือนตอนเป็นครูฝึกสอน ก็สบายดีนะคุณครู พุธที่ 20 วันนี้ได้พบนักเรียนเป็นครั้งแรก อายุของเรากับนักเรียนไม่ต่างกันเท่าไรเลย รู้สึกไม่ค่อยพอใจเท่าไรนัก ดูๆแล้วเด็กๆสบายเกินไปจนเหมือนไม่มีระเบียบ เราคอยดูครูรุ่นพี่ๆเขาทำอย่างไร เราก็ค่อยๆปฏืบัติคล้อยตามไปด้วย พฤหัสบดีที่ 21 พค. เริ่มสอนวันแรก 3 ชั่วโมงต่อกัน ไวยากรณ์ แปล และเรียงความภาษาอังกฤษ พบว่าเด็กอ่อนภาษาไปหน่อย เราก็ทบทวนให้แล้วสอนต่อ เหนื่อยเหมือนกันแหละ เริ่มบ่นแล้วจ้า ไม่มีโต๊ะนั่ง ไม่มีที่เก็บของ ครูใหญ่ก็ไม่เห็นจะสนใจเราเลย ศุกร์ที่ 22 พค. รร.หยุดวันวิสาขบูชา เรากับทองดีไปเวียนเทียนกันที่วัดอนงคาราม ตอน 2 ทุ่ม กลับมาปวดหัวมากๆ ทนนอนหลับ ตื่นขึ้นตอนเช้าก็หายเป็นปกติ ว้าโว้ย เงินเหลือ 8 บาท กำลังจะไปขอยืมจากพี่ยังเสียหน่อย สัก 200 บาท--เสาร์ที่ 23 พค. เช้าวันนี้ ไปโรงเรียน เดินไปเรื่อยๆเพราะยังเช้าอยู่ ถึงโรงเรียน7.15 น. มีครูไปก่อนบ้างแล้วหลายคน วันนี้มีสอน 2 ชม. ชม.สุดท้ายเป็นวิชาลูกเสือ ตอนนี้ยังไม่มีการเรียน ปล่อยให้นักเรียนกลับ ผ่านมาถึงวันนี้การสอนเข้ารูปเข้ารอยดีขึ้น นักเรียนสนใจดี การสอนเริ่มสนุก อาทิตย์ 24 พค. วันนี้วันหยุดพักผ่อน ลืมตามองดูโลกวันใหม่ที่แสนจะสดชื่น เสียงนก กา ใกล้หอพักส่งเสียงร้องให้ได้ยินบ้าง เหมือนต่างจังหวัด ฝนโปรยปรายลงมาแต่เช้า ฟังเสียงฝนสาดซ่า ยังเพลินกับการช่วยตัวเองให้บรรลุผลสำเร็จ ไม่นานน้ำฝนก็แตกจากท่อ หลับต่อไปอีก ฝนยังตกพรำๆ เย็นสบายดี ทุกห้องในหอพักยังเงียบ เราตื่นอีกทีก็เกือบ 2 โมงเช้า วันนี้ฝนตกทั้งวัน จนค่ำเราจึงออกไปทำธุระข้างนอกได้---จันทร์ที่ 25 พค. ฝนตกตั้งแต่เช้า เราจะไปโรงเรียนได้อย่างไร เราไม่เคยมีร่ม สายแล้วทำไงดี ตัดสินใจเดินตากฝนไปขึ้นรถ ถึงโรงเรียนฝนหาย เอ แกล้่งกันหรือไงเนี้ยะ เลิกจากโรงเรียนวันนี้ไปหาพี่ยังที่บ้าน พี่ยังให้ยืมเงิน 150 บาท กลับมาหอพัก ได้รู้ว่าพี่ัยังกับพี่ชินโนมาหาเราที่หอพักเหมือนกัน อังคารที่ 26 การสอนค่่อยเข้ารูปเข้ารอยดีขึ้นแล้ว เด็กๆจะคุยกันแซดเมื่อไม่มีงานทำ เป็นของธรรมดา ไม่ว่ากัน สังคมก็เป็นกันเองขึ้น สนิทสนมกับทุกคน ทั้งโรงเรียนมีครูอยู่ 40 คน คงประมาณนั้น เพราะเรายังไม่รู้จักทั่วถึง ส่วนมากเป็นครูผู้หญิง เราเป็นครูที่มีอายุน้อยที่สุด ศุกร์ที่ 27 วันนี้มีครูบรรจุใหม่ ชื่อลักขณาพุกกกะโชติ จบปกศ.สูงจากวิทยาลัยครูสวนสุนันทา รุ่นเดียวกันกับเรา ไม่นานเราสนิทสนมกัน ไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ และมีครูผู้หญิงอีกคนหนึ่ง จบ ปกศ.ขื่อ มานิต ศาสตร์ประสิทธิ์มาบรรจุใหม่เหมือนกัน--พฤหัสบดีที่ 28 คุณสุนทรมาขอแทนตำแหน่ง คุณมณู สอบเรียนต่อ กศบ.ได้และลาออก แต่ไม่สำเร็๋จ --เสาร์ที่ 30 พค. กลับจากบ้านทองดีเกือบทุ่มหนึ่ง คุณบุญส่งชวนไปดูหนังที่เฉลิมกรุง เรื่องธรณีกรรแสง คุณบุญส่งกับคุณมานิตอยู่หอพักพีศรีด้่วยกัน เราไปกันอย่างรีบด่วนเพราะเวลาใกล้จะหมดแล้ว ก็ไปไม่ทันจริงๆ ไปถึงตั๋วหมด ทำไงดีล่ะ มาแล้วนี่ ตกลงรอรอบดึก ซื้อตั๋วรอบดึก เดินเที่ยวรอเวลาดูหนัง คืนนี้กลับถึงหอพักเกือบตีหนึ่ง อาทิตย์ที่ 1 ได้พักผ่อนหนึ่งวัน ซักผ้าเสร็จไปบ้านคุณทองดี ตอนนี้เราก็มีเพื่อนคู่หูอยู่คนเดียวคือ ทองดีนี่แหละ คนอื่นๆแยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง ทองด๊เป็นคนมาจากมหาสารคาม ศิษย์เก่าสมัยโคราชแต่ตอนนั้นเราไม่ค่อยสนิทกันนัก ตอนนั้นเรามีเพื่อนคู่เที่ยวก็คือคุณถุงเงินแสงจันทร์และล้อม พูนกระ
โทก

บันทึกการเข้า

นายเสือ

อย่ายอมแพ้

Free Reseller Host
paradise on koh phangan

admin

  • เจ้าบ้าน
  • เพื่อนบ้าน
  • *****
  • กระทู้: 208
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
    • อีเมล์
Re: ไดร์อารี่ ของ อ.ติงต๊อง 2
« ตอบ #17 เมื่อ: กันยายน 28, 2010, 03:10:13 AM »
เดือนมิถุนายน 2502

จันทร์ที่ 1 ไปถึงโรงเรียนแต่เช้า ไม่ค่อยสบอารมณ์นัก ยังไม่มีโต๊ะนั่ง ใครๆว่าเราโชคดีได้บรรจุโรงเรียนใหญ่ ไปมาสะดวก แต่เรารู้สึกไม่ ค่อยพอใจนัก แบบได้คืบจะเอาศอก ่ ศุกร์ที่ 3 อาจารย์ใหญ่บอกว่าเมื่อเราบรรจุครบเดือนก็จะทำหนังสือยืมเงิน บกศ.ทดรองจ่ายเงินเดือนได้ ขณะนี้เป็นครูวิสามัญทดลองปฏิบัติราชการ พอครบเวลา 6 เดือนก็จะเป็นข้าราชการครูสามัญ มีเงินเดือนออกประจำ อังคารที่ 9 มิย. ไปรับธนานัติที่ไปรษณีย์วงเวียนใหญ่ มีปัญหานิดหน่อย เขียนชื่อที่ต้นขั้่วไม่ถูกต้อง ทำให้รับเงินไม่ได้ ต้องเซ็นชื่อรับรอง เราเผลอปากไปว่าคนไปรษณีย์ไม่มีความรู้ เจ้าที่อธิบายว่า ทางอำเภอเขาคัดเลือกคนเข้ามาทำงาน อาจจะได้คนที่ีไม่มีความรู้ก็เป็นไปได้้ พุธที่ 10 มีเงินอยู่ 150 บาท ว่าจะจ่ายเป็นค่าอาหาร แต่คิดอีกที เราซื้อกินรายวันไปก่อนดีกว่า สมพรมาเยี่ยมวันนี้ยืมไป 20 บาท พฤหัสบดีที่ 11 พี่ยังมีจดหมายไปถึงตุณพิญญู ดำพิทักษ์ สำนักพิมพ์สื่อการค้า หางานให้เราทำพิเศษ พี่ยังให้เราทำเฉลยข้อสอบเข้าเรียนครู ปกศ.ที่ผ่านมา 5 ปี ขาดปี 02 รับงานมาแล้วแต่ยังไม่มีเวลาทำ เสาร์ที่ 13 พยายามไปพบคุณพิญญู 2 ครั้งแล้ว ไม่ได้พบ อาทิตย์ที่ 14 เดินไปเดินมา ไม่ได้งานอะไรเป็นสาระ --คุณมานิตกับคุญบุญส่งที่อยู่หอพักด้วยกัน กำลังคิดจะไปหาบ้านเช่า ตกลงกันแล้วก็ไปดูบ้านเช่าหลังหนึ่ง ค่าเช่า 300 บาท บ้านกว้างดีแต่ไม่มีน้ำ จึงยังไม่ตกลง อังคารที่ 16 มิย.วันนี้เรารวบรวมใบยืมเงิน บกศ.ของครูบรรจุใหม่ 9 คนส่งครูใหญ่ คิดว่าสิ้นเดือนนี้เงินออก แต่งตั้งครูเวร เราได้เวรวันอังคารร่วมกับคุณอนันต์ คุณสถิต คุณจริญ ออกปฏิบัติการวันนี้ --พุธที่ 17 มิย. ไปเยี่ยมสมพร แล้วชวนกันไปบ้านพักคุณสถิตที่วัดวิเศษการ เขาชวนเราไปเข่าบ้านอยูู่่กับพวกเขา แต่เราว่าอยู่หอดีกว่า จึงไม่ตกลงพฤหัสบดีที่ 18 มิย. มีพิธีไีหว้ครูตอนเช้า ให้เรวัตไปเอาพาน แล้วให้เงินพรศักดิ์ไปซื้อดอกไม้เพิ่มอีก 2 บาท เวลา10.00 น. นักเรียนทุกชั้นเข้าแถวเดินเข้าหอประชุม ทำพิธีไหว้ครู ปาเจราจริยาโหนติ ---- เที่ยงเสร็จพิธี ปล่อยนักเรียนกลับบ้าน วันนี้เราได้รับธนานัติ 200 บาทจากบ้าน

เสาร์ที่ 20 มิย. เวลา 11.00 น.มีการเลี้ยงส่งครูบัวย้ายไปต่างจังหวัด มีอาหารและเหล้าด้วย เราดื่มไปแก้วหนึ่ง เข้าสอนวันนี้นักเรียนคงได้กลิ่นเป็นแน่ ไม่น่าเลย จันทร์ที่ 22 มิย. วานนี้เอาเสื้้ือไปแก้ เลยไปดูหนังที่เทกซัส หนังแขกเรื่องพระวิษณุเทพ ก็หนุกดีเหมือนกัน วันนี้สอนสองชั่วโมงแล้วก็ว่าง อยากจะออกไปข้างนอก ตอนนี้เป็นอิสระเสรี ถ้าไม่มีขั่วโมงสอนจะออกไปไหนก็ได้ บอกเพื่อนครูในสายก่อน แต่วันนี้มีนักเรียนส่งงานจึงต้องอยู่ตรวจงานตอนบ่ายก็ออกเที่ยว เมื่อว่างก็ต้องเที่ยว ทางโรงเรียนไม่ว่าอะไร อังคารที่ 23 มิย. กลับจากโรงเรียนบ่าย 3 โมง ปวดหัวมาก นอนพักจนถึงหกโมง คุณเสถียรปลุกชวนกันไปกินข้าว เสร็จแล้วแยกกันไป เราไปบ้านทองดี อยู่ที่นั่นเกือบ 3 ทุ่มจึงกลับเข้าหอพัก ---เสาร์ที่ 27 มิย. วันนี้สอนไวยากรณ์อังกฤษ แต่พี่สมศรีขอสอนพีชคณิตเสริมเพราะสอนไม่ทัน เราสอนวิชาลูกเสือ มีนักเีรียนจากชั้่น ม.4-5-6 รวมประมาณ 40 คน--- อาทิตย์ที่ 28 พักอยู่บ้านหอพัก ทำสมุดรายงานนักเรียนจนเสร็จ ไปหาสมพรแล้วไปบ้านคุณสถิตแถววัดวิเศษการ โรงพยาบาลศิริราช นั่งคุยกันไปเรื่อยๆจนบ่าย 3 โมงเราก็ขอตัวกลับ ออกมารอรถเมล์ มีขบวนแห่นาคผ่านมาขบวนใหญ่เป็นแถวยาวเหยียด เริ่มเป็นขบวนเด็กสาวๆวัยน่ารักทั้งนั้่น เดินถือพุ่ม พานอัตฐบริขาร ถัดไปก็เป็นคนแก่ ขบวนผ่านไปแล้วเราก็ได้ขึ้นรถ แต่ภาพที่ผ่านมายัังติดตาอยู่ เราคิดคำนึงไปเรื่อยๆตามประสาคนชอบฝัน มองดูตัวเราเองแล้วอดเศร้าใจไม่ได้ ทำไมชีวิตจึงต้องมีทุกข์ ตกระกำลำบากถึงเพียงนี้ หาความสุขไม่ได้ หาหญิงเป็นคูู่คิดเป็นเพื่อนก็หาไม่ได้ เราตัวคนเดียว ตัดสินใจทำอะไร ทำได้เลย ไม่ต้องถามใคร จะผิดหรือถูกก็ตัวเราทำเอง โทษใครไม่ได้ ลงรถที่สี่แยกบ้านแขก เดินย้อนมาที่วงเวียนเล็ก เดินลัดไปหอพัก วันนี้ยืื้มคุณบุญส่ง 20 บาท แล้วเราสามคนไปกินข้าวด้วยกันมีเรา บุญส่งและบุญโชติ จันทร์ที่ 29 มิย. ตอนบ่ายว่างจากการสอนรอจนบ่ายโมงกว่าจึงออกจากโรงเรียน มาถึงหอพักอาบน้ำเสร็จ กอดเสื้อผ้าออกหมดจัดการสำเร็จตัวเอง อยูหอพักคนเดียวมักมีอารมณ์ เพื่อนๆเขาก็เหมือนเรานี้แหละ ถ้าไม่ทำก็จะนอนไม่หลับ ธรรมชาติสั่งให้เราทำ ให้เราปลอดปล่อแล้วเราก็หลับสบาย สมองโปร่ง คลายเครียดไปได้ ตกเย็นไปบ้านพี่ยังเข้าครัวช่วยพี่เนาว์ทำกับข้าวแถมช่วยกินอีก 1 มื้อ ขากลับติดฝนเป็นชั่วโมง ---อังคารที่ 30 มิย. สิ้นเดือนคิดว่าเงินจะออก แต่ผิดหวัง เลิกงานสอนวันนี้ ลักขณาชวนกันไปสมัครเรียน อบ.ที่จุฬาฯ ครูบัวเป็นสะปอนด์เซ่อร์ ช่วยบริการค่ารถ ค่าสมัครให้เราเสร็จ แต่พอไปถึงเขาปิดรับสมัครแล้ว เราก็ผิดหวังกลัีบมา กลับมาถึงหอพักยืมคุณบุญส่ง 20 บาท ผลัดกันยืม

เดือนกรกฎาคม 2502

พุธที่ 1ขณะที่กำลังตรวจงานเด็ก ครูธิดามาชวนคุยด้วย ปกติเราไม่ใช่คนช่างพูด ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ไม่ค่อยกล้าคุยกับผูู้หญิงแต่วันนี้ครูธิดามาชวนคุยด้วยก็รู้สึกดี พี่ีสมศรีให้ยืมเงิน 100 บาท กำลังคิดจะย้ายที่อยู่จากหอพักไปอยู่บ้านเช่า ตอนนี้ก็เลยเวลาจ่ายเงินค่าหอมา 3-4 วันแล้ว ยังไม่ตัดสินใจอย่างไรเลย---พฤหัสบดีที่ 2 ไปหาคุณนิยมที่บริษัทวรศิริ วงเวียนเล็กติดต่อเรื่องซื้อที่นอน ขากลับแวะบ้านน้ารัชนี บ้านที่เรารับอาหารปิ่นโตกินรายเดือน น้่ารัชนีชวนให้ไปเช่าห้องที่บ้าน แต่เรายังไม่ตกลง ศุกร์ที่ 3 กค. โทรนัดคุณนิยมจะไปรับที่นอนที่ร้านวันพรุ่งนี้ กลับจากโรงเรียนเลยไปกินข้่าวที่ตลาดแขก ติดฝนที่นั่นจน 2 ทุ่ม ขณะที่ติดฝนอยู่ นึกอยากสูบบุหรี่ ซื้อบุหรี่มาสูบเป็นครั้งแรกหลังจากที่จบการศึกษาที่โคราช เคยเกลียดชังการสูบบุหรี่ แต่ทำไมจึงริหัดสูบก็ไม่รู้เหมือนกัน เคยสูบครั้งแรกครั้งหรือสองครั้งกับคุณบุญโฮม สมัยที่เรียนอยู่ที่ฝึกหัดครูโคราช แล้วก็ทิ้งมานาน เพิ่งจะริเริ่มสูบวันนี้แหละ----เสาร์ที่ 4 กค.วันนี้ไม่มีการเรียนวิชาลูกเสือ มีประชุมเจ้าหน้าที่ลูกเสือ เลิกประชุมเวลา 14.30 น. วันนี้ครูใหญ่ให้เซ็นชื่อใบเบิกเงินเดือน แต่เซ็นไม่ครบคน เงินยังไม่ออก กลับบ้่านตอนเย็นไปหาคุณนิยม เอาที่นอนที่สั่งซื้อไว้ จ่ายเงินเดือนหน้า --อาทิตย์ที่ 5 กค. เรา 3คนไปดูบ้านเช่าในตรอกวัดใหม่พิเรนทร์ บ้านหลังเล็กแต่พออยู่ได้ 3 คน ค่าเช่า 150 บาท เราก็ออกจ่ายคนละ 50 บาท ถูกกว่าอยู่หอพักเยอะเลย ตัดสินใจเอาบ้านหลังนี้แหละ กำหนดย้ายวันอังคารหน้านี้ ---จันทร์ที่ 6 ว่าจะไปทำความสะอาดบ้าน แต่ไปไม่ถึง ติดฝนกลางทาง ฝนตกหนักมาก เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงปร้าง อังคารที่ 7 ครูใหญ่ให้ไปรับเงินเดือน เป็นเงินเดือนแรกที่เราได้รับ เดือนครึ่ง เป็นเงิน 1,088.71 บาท ตอนเย็นเรา 3 คนย้ายจากหอพักพีศรีเข้าอยู่ที่บ้านเช่า เลขที่ 114/2 ต.วัดท่าพระ อ.บางกอกน้อย จ.ธนบุรี บ้านใหม่สบายเยอะเลย เราหุุ้นกันซื้อของใช้เข้าบ้าน เป็นเครื่องครัวใช้เป็นส่วนรวม ของใช้ส่วนตัวต่างคนต่างหาซื้อกันเอง พฤหัสบดีที่ 9 ซื้อโต๊ะเขีนนหนังสือพร้อมเก้าอี้ 180 บาท ศุกร์ที่ 10 กค. ไปเอากางเกงที่ีเอาไปแก้ 20 บาท นั่งรถลงที่วงเวียนใหญ่ กินข้าวมื้อเย็นแล้วแวะหาคุณนิยมจ่ายค่าที่นอน 130 บาท กลับถึงบ้านรูู้สึกหนักใจว่าวันพรุ่งนี้จะต้องสอนวิชาลูกเสือ เพราะไม่เคยสอนมาก่อน อาทิตย์ที่ 12 กค.สมพรค้างที่บ้านเราเมื่อคืน ตื่นเช้าออกไปหากาแฟคนละแก้ว แยกกันไปตรงนั้น เราไปหอพักพีศรี เผื่อมีจดหมายจากบ้าน แต่ก็ไม่มี---จันทร์ที่ 13 รู้สึกอึดอัดใจในบ้านใหม่ ไม่น่าตัดสินใจออกจากหอพักมาเลย รร.เลิกวันนี้นั่งรถเลยไปเจริญพาสน์ ไปหอพักอีกครั้ง ไม่ได้ข่าวอะไร อังคารที่14กค.เดินเข้าบ้้านทันกับคุณบุญส่งก็เลยแวะซดโอเลี้่ยงก่อนเข้าบ้าน วันนี้ซักผ้าเสียที ค้างมาหลายวันแล้ว เสร็จงานก็ออกจากบ้านอีก แต่ฝนตกขัดขวางเรา ออกจากบ้านไม่ได้นานเป็นชั่วโมง จึงได้ออกไป นั่งรถลงที่แกรนด์ซื้อปากกา หนังสือคู่มือเลขคณิตที่ร้านสมใจ กลับมาถึงบ้าน สุนทรมาหา บอกว่ามีบ้านหลังกว้างกว่านี้ 350 บาทมีภัทรและเสถียรเข้าอยู่เพิ่่ิมอีก 2 คน เอ แล้วนี่เราจะเอายังไงดีนะ ใจหนึ่งอยากไปอยู่ห้องเช่าที่บ้านน้ารัชนี---พุธที่ 15 กค. ไปโทรเลขขอตังค์บ้านอีกครั้ง เงินออกแล้วแต่ซื้อของหมด อ่อนเพลียไม่ค่อยสบายเลย ออกจากไปรษณีย์ไปหอพักคุณนิยม คุยกันครู่หนึ่งก็กลับ หกโมงเย็นแล้ว ผ่านไปทางตรอกบ้านสมเด็จแวะเข้าที่พักบ้านคุณสมภาร เขายังไม่ย้ายไปไหนเพราะรอใบสุทธิเนื่องจากสอบตก ต้องสอบแก้ตัวใหม่ ---พฤหัสบดีที่ 16 กค.ไปโรงเรียนทำงานตามปกติ ตอนบ่าย 14.00 น.ไปหอพักพีศรี ได้รับธนานัติ 500 บาท ดีใจที่จะได้แก้ปัญหาเอาตัวรอดได้ กะว่าจะแยกตัวออกจากพรรคพวก ศุกร์ที่ 17 รร.เลิกไปรับเงินที่ปณ.วงเวียนใหญ่ แล้วซื้อสายยางรองน้ำ 15 เมตร 37 บาท ตอนเย็นไปบ้านทองดีเจอพิชิต อยู่คุยกันจนดึก เสาร์ที่ 18 กค. ครูคือเรือจ้าง สุนทรพูดกับเรา เขาคงพูดล้อเล่น แต่ทำไมเราโกรธมากก็ไม่รู้ ตอบโต้เขาไปด้วยความไม่พอใจ สุนทรรู้ว่าเราโกรธเชาก็ยอมขอโทษ เราหายเคืองก็ดีให้อภัยเขา เรากับบุญส่งไปตลาอดนักสนามหลวงช่วยกันซื้ออุปกรณ์เครื่องทำครัว อาทิตย์ที่ 19 กค. วันนี้อยู่บ้านคนเดียว สองคนนั้นไปบ้านต่างจังหวัด นอนนึกถึงใครๆที่เคยพูดคุยกันทำให้ได้อารมณ์กับตัวเอง ---อาทิตย์ที่ 26 กค.สอนสอง่ชั่ั้วโมงเช้่า ให้นักเรียนไปรับการปลูกฝีป้องกันไข้ทรพิษ เราก็ปลูกฝีด้วย เย็นวันนี้ไปเยี่ยมพี่ยังที่พญาไท จะแลกเศษสตางค์เป็นค่ารถ ที่แผงขายลอตเตอรี่ ยายคนขายบอกว่าเหลือใบเดียวช่วยซื้อหน่อยซิ ก็จะื้ซื้อแหละแต่แกไม่มีตังค์ทอน ก็เลยไปซื้อเจ้าอื่น เดินกลับผ่านแผงยาย ตอนนี้เห็นมีลอตเตอรี่วางเป็น 2 ใบ ยายไหนว่ามีใบเดียว ยายยิ้มๆ ไม่ได้ตอบอะไร ไปบ้านพี่ยังวันนี้ไม่เจอ พี่เนาว์กับพี่โนอยูู่่บ้าน ใช้หนี้ให้ 100 บาท แถมกินข้าวเสียมื้อหนึ่งด้วย อังคาร 21 หยุดวันเช้าพรรษา นอนไม่ค่อยอยากลุก ตื่นโมงกว่าแล้ว สุนทรค้างที่นี่ตื่นขึ้นชวนกันเล่นรัมมี่ มานิต บุญส่งร่วมด้วย จนเที่ยง ไม่มีใครหิว ยังไม่ได้กินอะไรกันเลย

เลิกจากรัมมี่มานิตไปสระบุรี เราก็ออกเหมือนกัน ไปหอพักพีศรีไม่มีข่าวอะไร ต่อไปบ้านวันดี ดูไม่ค่อยดีวันนี้ พุธที่ 22 ทางกรมสั่งให้เตรียมรูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว 3 รูป 5นิ้ว 2 รูป สำหรับทำประวัติข้าราชการครู พฤหัสบดีที่ 23 เวลา14.00 น. รร.เลิก ฝยตกบ่อยจังเลย เกือบทุกวัน นัดคุณมานิตไว้ที่วงเวียน 22 กรกฎา แต่ไปไม่ได้ คงไม่ว่ากันนะ เสียงขลุ่ยแผ่วหวิดหวิว ฝีปากเป่าขลุ่ยของบุญส่ง แสดงว่าเขามาถึงบ้านแล้ว ศุกร์ที่ 24 คุณชำนาญมาหาที่โรงเรียนขอยืมหนังสือวรรณคดี กลับจากโรงเรียนวันนี้ ง่วงมากมีอารมณ์ด้วย ยังไม่มีใครเข้าบ้าน ช่วยตัวเองให้หายเครียด เสร็จแล้วหลับสบายตื่นขึ้นสดชื่นมากๆ อาทิตย์ที่ 26 กค. วันนี้ไปจ่ายตลาดกับคุณบุญส่ง มานิตย์เป็นพ่อครัว ทำอาหารกันตามประสาชายหนุ่มที่ยังไม่มีเมีย อาหารจะอร่อยหรือไม่ ก็ไม่สน ทำให้สุกก็กินกันได้ จันทร์ 27 กค. สอนเสร็จวันนี้เรากับประเสริฐไปกระทรวงด้วยกัน เพื่อทำ กพ.7 หมายถึงสมุดประวัติ เจอทองดีกับแสวงก็มาด้วย จากนั้นเรากับทองดีไปพิมพ์ลายนิ้วมือที่ สน.บุปผาราม เสร็จเมื่อเวลา 17.00 น. อังคารที่ 28 กค. วันนี้เป็นเวรทำครัว ทำอะไรดีนะ ไม่ค่อยชำนาญการครัวสักเท่าไร ซื้อปลาช่อนมา 1 ตัว แพงมกาๆ ตัวละ4 บาท ได้ปลาแล้วกลับเข้าบ้าน ไม่ได้ซื้อผัก เดินกลับเช้าตลาดอีกครั้ง ซื้อได้ปลาทู ซื้อกะปิ มะขามเปียก พริก ผักจิ้มน้ำพริก หมดไป 7 บาท ตกเย็นเพื่อนๆกลับเข้าบ้าน เขาคงกินกันได้ ไม่เห็นมีใครบ่นนี่นา พุธที่ 29 กค. ให้เงินค่ากับข้าวบุญส่งไว้แล้วก็ไปโรงเรียน วันนี้เป็นเวรบุญส่ง ตอนบ่ายว่างได้โต๊ะทำงานมาแล้ว นั่งทอดอารมณ์อยู่ที่โต๊ะทำงาน นัเรียนค่อยทะยอยเดินออจากสนามผ่านประตูรั้วโรงเรียน นักเรียนไปจวนจะหมดแล้ว เราก็จะออกไปบ้าง เดินผ่านห้องพักครู ใครคนหนึ่งบอกว่าเชิญเข้าห้องประชุมสักประเดี๋ยว เราก็เดินตามเขาไป ประธานที่ีประชุมพูดเรื่องเกี่ยวกับเงินค่าสอนวิชาลูกเสือรอบบ่าย ครูสอนรอบเช้าเรียกร้องเอาสิทธิด้วย แต่ในที่สุดก็ตกลงกันไม่ได้ วันนี้ยืมบุญส่งอีก 30 บาท รวมของเก่าเป็น 50 บาท ศุกร์ที่ 31 กค. สิ้นเดือนอีกแล้ว เรายังใช้หนี้ทางบ้านไม่ได้เลย ตอนนี้รู้สึกต่อโรงเรียนนี้มากขึ้น รู้ว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียน คิดว่าเราต้องอยู่ที่นี่อีกนาน นานเท่าไรก็ไม่รู้ รับเงินเดือนๆนี้เป็นเดือนที่สอง ยังรู้สึกกระดากที่ไปรับเงินพร้อมกับครูึคนอื่นๆ

บันทึกการเข้า

นายเสือ

อย่ายอมแพ้

Free Reseller Host
paradise on koh phangan

admin

  • เจ้าบ้าน
  • เพื่อนบ้าน
  • *****
  • กระทู้: 208
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
    • อีเมล์
Re: ไดร์อารี่ ของ อ.ติงต๊อง 2
« ตอบ #18 เมื่อ: กันยายน 28, 2010, 03:11:58 AM »
เดือนสิงหาคม 2502  วันนี้บ้านพักอยู่บ้านเช่าในตรอกวัดใหม่พิเรนทร์ู่

บรรจุมาได้ครบ 4 เดือนแ้ล้ว มีงานที่จะต้องทำมาก แต่ในใจยังมีความขี้เกียจแฝงซ่อนเร้นอยู่ งานจึงไม่ค่อยเดิน เพราะปัญหาในชีวิตยังแก้ไม่ได้โดยเฉพาะหนี้สิน---อาทิตยที่ 2 สค.รับเงินเดือนมาแล้ว วันนี้คิดว่าจะไปใช้หนี้พี่ยัง 100 บาท แต่ยังไม่ไป หนี้รายใหญ่ทางบ้าน 2,500 บาท กะว่าจะเก็บเงินเดือนละ 400 บาท ภายใน 3 เดือนน่าจะได้ใช้หนี้สักพันบาท ตอนเช้าไปหอพักพีศรีใช้หนี้ค่าหอที่ค้างอยู่ 20 บาท จากนี้เรากับทองดีไปสน.บุปผาราม เพื่อรับใบพิมพ์ลายนิ้วมือ จันทร์ที่ 3 รร.เลิกไปส่งหนังสือที่กระทรวง เจอคุณเวช เลียดประถมกำลังรายงานตัว อังคารที่ 4 ตั้งแต่วันพรุ่งนี้โรงเรียนสอบซ้อมเป็นเวลา 4 วัน ไม่มีการเรียนการสอน วันนี้เลิกการสอนแล้ว ไปธนาคารออมสินสาขาบางลำภู ฝากเงิน 320 บาท พุธที่ 5 สค.นักเรียนสอบซ้อม ครูประจำชั้นคุมสอบห้องตัวเอง เป็นครั้งแรกที่ไี่ำด้คุมสอบ เดินตรวจตลอดเวลา นักเรียนไม่มีโอกาศถามกันหรือลอกกันได้ คุมสอบเสร็จขึ้นไปคุยกับพี่พูนสิน (ผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่)และพี่น้อย เป็นครูธุรการ ทั้งสอบคนให้ความช่วยเหลือเราเป็นอย่างดี ตอนเย็นไปใช้หนี้พี่ยัง 100 บาท เป็นอันหมดหนี้สินกันตั้งแต่บัดนี้ อังคารที่ 18 สค. ห่างสมุดบันทึกมาหลายวัน วันนี้ครูสถิตย์เอาใบสมัครเรียนต่อ กศบ.ให้เรากับลักขณา ตกลงกันว่าพรุุ่่่งนี้ไปสมัครด้วยกัน พุธที่ 19 สค. วันนัดไปสมัครเรียน กศบ.ที่วศ.ประสานมิตร เรากับคุณลักขณาเริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น เป็นเรื่องดี เรานั่งรถไปลงปากทางเข้าซอยประสานมิตร ต่อรถสองแถวเข้าซอย 2 บาท ไปถึงมีเพื่อนๆหลายคน เราสองคนสมัครเสร็จแล้ว รอทองดีอีกคนหนึ่ง จากนั้นฝนตก ขากลับเรากับลักขณาพลัดหลงกัน เรากลับไปถึงโรงเรียนก่อน ตอนนี้มีพี่ๆที่สนิทกัน พี่ระเบียบ พี่พีรพรรณและคุณธิดา ศุกร์ที่ 21 วันนี้งดสอนอีก 1 วัน เสาร์ที่ 22 สค. วันนี้เป็นวันวันสุดท้ายของการเีรียนการสอนในภาคต้น วันนี้ัไม่มีการสอน ให้นักเรียนทำความสะอาดห้องเรียน มีงานวันปิดภาค แข่งขันกีฬาและแสดงบนเวที งานเลิกเวลา 15.00 น.อาทิตย์ที่ 23 สค. ไปส่งจดหมายถึงบ้านที่ตู้รถไฟที่สถานีหัวลำโพง เจอคุณธิดา บอกเราว่า ไมตรีกลับบ้านวันนี้ด้วย เราขึ้ึนไปหาเที่ยวหาบนขบวนรถ แต่ก็ไม่เจอ คนแน่นมาก จันทร์ 24 สค. เป็นหัวหน้าคุมสอบที่รร.บพิธพิมุข คุณฉาย สุขเสน ครูรร.วัดบวรมงคลเป็นผู้ช่วย แต่พอถึงเวลาสอบกลายเป็นคุณประทีป เกิดสว่าง เพื่อนเก่าสมัย ฝค.นม.เป็นผู้ช่วยแทนคุณฉาย อังคารที่ 25 สค.ตอนพักกลางวันไปถอนเงินที่ออมสินกลับมาไม่ทันคุมสอบ คุณประทีปจัดการแทนเรียบร้อย มาถึงนักเรียนกำลังสอบกันอยู่ พุธที่ 26วันนี้คุมสอบอิกวันหนึ่ง คุมสอบเสร็จรีบกลับเข้าบ้านทำงานเฉลยข้อสอบของพี่ยัง เพราะผัดวันประกันพรุ่งมาหลายครั้งแล้ว ศุกร์ที่ 27 สค. คุมสอบวันนี้สุดท้าย ได้ค่าคุมสอบวันละ 10 บาท 5วันเป็นเงิน 50 บาท กลับมาถึงบ้าน สมพรรอยู่คงจะรอทวงหนี้ เราสองคนผลัดกันยืมมาตลอด วันนี้เราก็จ่ายคืนเท่าที่มี เสาร์ที่ 29 สค. ว่างครับ วันนี้ไปบ้านทองดีอีกตามเคย อยากเห็นหน้าตุ่ม คนที่เราเล็งไว้ เวลานี้สนิทสนมกับแม่เขาดีอยู่ จันทร์ที่ 31 สค. ทองดีมาหาที่บ้าน ไม่เคยชวนเขาไปบ้านเราเลย แตวันนี้่ทองดีมาเองได้ แล้วชวนกันไปโรงเรียนทำธุระหน่อยหนึ่งแล้วเดินกันไปที่เจริญพาสน์ ทองดีจะหาบ้านเช่า เราพาไปที่ตรอกวัดสังข์กระจายที่บ้านน้ารัชนี ไม่ได้เรื่องอะไร กลับมาบ้านทองดีเจอพิชิตรออยู่ จากนั้นเราชวนกันไปโรงเรียนวัดสิงห์ นั่งรถไฟจากสถานีวงเวียนใหญ่ไปลงที่วัดสิงห์ โรงเรียนนี้กว้างขวาง ใหญ่โตอีกแห่งหนึ่งในย่านบางขุนเทียน รอบๆโรงเรียนเป็นป่าสวน มีบ้านอยู่ห่าง ๆ มีทางรถไฟสายวงเวียนใหญ่มหาชัยผ่านโรงเรียนวัดสิงห์

เดือนกันยายน 2502

อังคารที่ 1 รับเงินเดือนวันนี้ 750 บาท รายจ่ายมากกว่ารายรับ เราจะอยู่ได้อย่างไร ไม่มีเวลาคิดแล้ว เพราะวันนี้ต้องไปสอบคัดเลือกเข้าเรียนต่อ กศบ.ภาคค่ำ ที่วศประสานมิตร พุธที่ 2 กย.ไปส่งเงินให้ทางบ้าน 700 บาท ที่ ปณ.วัดเลียบ เจอสุนทรที่ไปรษณีย์ ขากลับเดินข้ามถนนเจอใครนะ ดูเหมือนเคยเห็น เคยรู้จักแต่งชุดนักเรียน เราเดินคุยกันไปจนเขาแยกเข้าโรงเรียนเสาวภา ที่โรงเรียนเทอมนี้มีครูฝึกสอนมาหลายคน ตอนนี้เราไม่ค่อยลงรอยกับครูสาย ม.5 สักเท่าไร พฤหัสบดีที่ 3 กย. วันนี้มีปากเสียงกัน เมื่อเห็นว่าเราโกรธ "ถ้าเป็นอย่างนี้ทีหลังไม่ต้องฟ้องกัน" พี่สุนิสาพูด เราตอบไปว่าก็ไม่มีประโยช์อะไร ใครเห็นอย่างไรก็จัดการไปตามควรก็แล้วกัน หมายถึง นักเรียน ม.5 ข ที่เราเป็นครูประจำชั้น ศุกร์ที่ี 4 วันนี้เราอดบ่นกับตัวเองไม่ได้ วันนี้วันสุดท้ายที่มานิตและบุญส่งอยู่บ้าน พวกเขาจะกลับบ้านจังหวัดสระบุรี วันนี้เป็นวันเวรของมานิต เขาใช้ของในครัวหมดแม้กระทั่งขี้ไต้สำหรับติดเตา เราต้องจัดการซื้อใหม่หมด เพราะจะต้องทำกินตามลำพังไประยะหนึ่ง ในตอนที่ทั้งสองคนเดินทางกลับต่างจังหวัดแต่เราอยู่คนเดียวฝากท้องไว้ร้านข้าวแกงก็ได้ เสาร์ที่5กย.นัดกับสมพรว่าจะไปดูหนังที่คิงส์เขาบอกว่านัดผู้หญิงไว้คนหนึ่งจะแนะนำให้เรา เราชวนทองดีไปด้วย แต่พอไำปถึงไม่เห็นสมพร เราก็ไม่ดูเดินไปที่กองสลาก เข้าดูรายการออกสลากกินแบ่งดีกว่า อาทิตย์ที่ 6 กย. ตื่นสายเพราะเป็นวันอาทิตย์ คืนนี้ทองดีค้างที่บ้าน ชวนทองดีออกไปข้างนอกหาซื้อเรียงเบอร์ เหลว ถูกกินอีกตามเคย จันทร์ที่ 7 กย. ถึงโรงเรียนแต่เช้า อารมณ์ไม่สู้จะแจ่มใสนัก หลังจากมีปากเสียงกับครูสายม.5 ดูท่าทางเขามึนตึงเอากับเรา ช่างปะไร เราไม่แคร์เสียอย่าง สอนของเราไปตามหน้าที่ี เลิกสอนแล้วกลับบ้านทำกับข้่าวกินคนเดียว 5 โมงเย็น เตรียมตัวจะออกไปข้างนอก ฝนตั้งท่าจะตกเสียอีก
คอยอยู่จนหกโมง ไม่ัตกแฮะ งั้นเราก็ไปข้ามเรือขึ้นท่าพระจันทร์ฝนก็เทลงมา เอาละซี ไม่เป็นไรเราหลบตามชายคา หาซื้อแสตมป์ แถวนั้นแสตมป็ดวงละ 25 สตางค์ขาย 30 สตางค์ ก็เอาละวะ ปิดแสตมป็แล้วหย่อนตู้แถวๆท่าพระจันทร์ ข้ามเรือไปท่าพระอาทิตย์ไปบ้านสมพร เล่นรัมมี่กันจน 3 ทุ่ม อังคารที่ 8 กย. อารมณ์บูดทั้งวัน ด่านักเรียนโขมงโฉงเฉง เลิกสอนแล้วค่อยดีขึ้น เหม่อใจลอย ลืมจ่ายตังค์ให้แม่ค้าขายผักในตลาดจนเขาต้องทวง พุธที่ 9 กย. เย็นแล้ว ขณะที่ทำกิจส่วนตัว เจ้าของบ้านมาเก็บค่าไฟฟ้า 13.70 บาท เราก็จ่ายไปแล้ว เอาเฉลยข้อสอบไปส่งพี่ยังวันนี้ เพื่อหวังจะได้เงินใช้บ้าง พี่ยังให้ยืมวันนี้ 100 บาท กลับถึงบ้าน 2 ทุ่มกว่า --พฤหัสบดีที่ 10 กย. กลับจากทำงานวันนี้เพลียทั้งกายและใจ ล้มลงนอนาสงบอารมณ์ ได้หลับไปหน่อยหนึ่ง ค่อยดีขึ้น ออกไปจ่ายตลาด กลับมาทำก้ับข้าวกว่าจะเสร็จก็ทุ่มหนึ่ง -- ศุกร์ที่ 11 กย.จดหมายทางบ้านบอกว่าพ่อ แม่ น้องจะไปอยู่กับพี่หลวงที่นิคม ป่าใหญ่ห่างจากบ้านดอนหลายกิโล จัดแบ่งให้เป็นนิคมสร้างตนเองครอบครัวละ 25 ไร่ เราเคยไปตอนที่กำลังถางป่ากันใหม่ ต้นไม้ใหญ่ถูกตัดโค่นลงมา จนโล่งเตียนต้นไม้บางต้นใหญ่มากจนต้องปีนข้ามไป ที่ดินสมบูรณ์ทำไร่ปลูกข้าวก็ได้ หรือปลูกพืชไร่ก็ได้ การติดต่อกับภายนอกสะดวกดี มีรถสองแถววิ่งระหว่างบ้านดอนก้ับนิคมวันละ 3 - 4 เที่ยว ---เสาร์ที่ 12 กย.ไปตัดผมวันนี้ที่ตลอดแขก กินข้าวเย็นที่นั่นเพราะขี้เกียจหุงข้าว หุงทำไม ปากเดียวท้องเดียวกินที่ีไหนก็ได้ ก่อนค่ำวันนี้ขณะที่เราอยู่ในเครื่องทรงแบบไทยแท้ คือมีผ้าขาวม้าพันกายผืนเดียว น้าประชิดกับติ๋วสองแม่ลูกมาเยี่ยม นั่งคุยรับแขกตามปกติ ไม่เป็นไร ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้่---จันทร์ที่ 14 กย. วันนี้มีสอน 2 ชั่วโมง ชวนลักขณาไปทำบัตรสมาชิกคุรุสภา แต่เขาขอเป็นพรุ่งนี้ดีกว่า ก็ได้เราตกลง----พฤหัสบดีที่ 17 กย. วันนี้เป็นวันเกิดของข้าพเจ้า ตรงกับวันพฤหัสบดีเสียด้วย แต่เป็นพศ. 2479 เมื่อ 22 ปีมาแล้ว วันนี้กลับมาถึงบ้านข้่าวสารหมด
กลัวอดแสบท้องต้องผายผัน
วางกระเป๋าเอกสารจากบ้านพลัน
จรจรัลรีบมาหาเจ๊กโก
เฮ้ยคุณตี๋นี่เรามาหาเจ้า
ขอซื้อข้าวเบาๆอย่าฉาวโฉ่
สัก 3 ลิตรตวงมาอย่าเยโย
แล้วไปโผล่ที่บ้านทันที
ไม่รอช้ารีบเดินทำเมินเฉย
ด้วยมิเคยทำซ่าน่าบัดสี
อันตัวเราอยากทำแต่ความดี
มาวันนี้ตกระกำช้ำหัวใจ
อังคารที่ 22 กย. เรากับลักขณาไปทำบัตรสมาชิกคุรุสภา เสียค่าบำรุงคนละ 20 บาท นัดไปเอาบัตรวันที่ 30 กย. เสาร์ที่ 26 กย. นัดกับทองดีไปดูบ้านเช่าที่เจริญพาสน์ ดูแล้วไม่ตกลง อังคารที่ 29 กย. ไปสมัครสอบชุด ปม.ที่กระทรวง เจอทองดีกับวิบูลย์ก็ไปสมัครด้วย วันนี้ลักขณาเอาบัตรคุรุสภามาให้เราด้วย พุธที่ 30 กย. รับเงินเดือนนี้จ่ายแชร์ 50 บาท ค่าหนังสือ 41 บาท ใส่ซองกฐิน 5 บาท ใช้หนี้ 70 บาท เหลือหนี้อีก 100 บาท เย็นวันนี้ดูหนังที่คิงส์เรื่องขุนโจรเจ้า้ทะเล
บันทึกการเข้า

นายเสือ

อย่ายอมแพ้

Free Reseller Host
paradise on koh phangan

admin

  • เจ้าบ้าน
  • เพื่อนบ้าน
  • *****
  • กระทู้: 208
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
    • อีเมล์
Re: ไดร์อารี่ ของ อ.ติงต๊อง 2
« ตอบ #19 เมื่อ: กันยายน 28, 2010, 03:13:11 AM »
เดือนตุลาคม 2502

พฤหัสบดีที่ 1 สมพรทำงานต่างหวัด จะมาราชการและพักที่โรงแรมผานิต บางลำภู นัดไปดูหนังให้เราไปรอที่หน้ารพ.หญิง ศุกร์ที่ 2 ตค.วันนี้พี่สมศรีกลับมาทำงานได้แล้ว เราไม่ต้องสอนแทนอีกต่อไป แต่วันนี้หัวเสียกับลักขณาหน่อยหนึ่ง เราขอหลักสูตร์วิทยาศาสตร์แต่คุณเธอไม่ให้ เลิกสอนรีบกลับเข้าบ้านเพราะวันนี้เป็นวันเวรทำครัว ทำกับข้าววันนี้ในงบ 3 บาท ทำกินกันได้ 3 คน (ทำอะไรบ้างไม่ได้บันทึกไว้)กินข้าวเสร็จแล้วไปหาสมพรที่โรงแรมผานิต แต่ไม่เจอ ถามใครก็ไม่มีใครรู้จัก เสาร์ที่ 3 ตค. วันนี้พี่ยังมาทำการทดสอบนักเรียนเพื่อเอาผลไปทำวิทยา
นิพนธ์์ตอนเช้าที่หน้าเสาธงอาจารย์ใหญ่อ่านสานส์วันเด็กของ
ท่านจอมพลนายกรัฐมนตรี อาทิตย์ที่ 4 ตค.วันนี้อากาศดี แดดจ้าแต่เช้า สองอาทิตย์ที่ผ่านมาฟ้ามืดมิด ฝนฉ่ำมาตลอด เรารีบซักผ้าเพราะมีกิจข้างนอกบ้านอีกแล้ว สมพรหุงข้าวไว้รอ เราออกไปซื้อกับข้าว จันทร์ที่ 5 วันนี้เป็นวันเด็ก รร.หยุดหนึ่งวัน หลายแห่งมีกิจกรรมหลายอย่างให้เด็กได้เข้าร่วมกิจกรรมด้วย รู้สึกผิดหวังเพราะฝนเริ่มตกพรำๆแต่เช้า แต่พอสายหน่อยท้องฟ้าเปิด แดดจ้าแล้วเราเป็นผู้ใหญ่ต้องพาเด็กออกเทียวหาความรู้ แต่เราไม่มีเด็ก ก็เลยพาตัวเองออกเที่ยว เข้าโรงหนังดีกว่า ออกจากโรงหนังก็ไปทำงานที่กระทรวง กองวัดผลมีงานพิเศษ ทำต.2 ก.ม.3และม.6ที่สอบเทียบ ได้เบี้ยเลี้ยงวันละ 20 บาท ทำงานระหว่าง 16.00-20.00 น.อังคารที่ 6 ตค.วันนี้ฝนตก เราไปโรงเรียนสายกว่าใครๆ เลิกสอนไปทำงานต่อที่กองวัดผล วันนี้ได้คู่กับครูสง่า พักกินอาหารเย็น เราไปรวมกันที่โรงอาหาร รู้สึกว่าคณะทำงานส่วนใหญ่จะเป็นครูผู้หญิง อาทิตย์นี้ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ทำงานที่โรงเรียนและทีี่กองวัดผล ตอนเย็นวันว่างเรามักจะไปดูหนัง ไม่มีอะไรอื่นนอกจากโรงหนังเท่านั้นที่เป็นสถานพักผ่อนที่ดี วันว่างบางวันก็ไปบ้านทองดี ได้คุยกับสองสาวบ้่างก็ยังดี พุธที่ 14 วันนี้เซ็นชื่อใบรับเงินเดือนสำหรับเดือนนี้ เช้าวันนี้ถึงโรงเรียนเป็นคนที่ 2 ครูสมบัติมักจะเซ็นชื่ออันดับแรกเสมอ เสาร์ที่ 17 ตค. ไปทำงานพิเศษพร้อมกับคุณมานิต (หมายถึงครูมานิต) เราสองคนชอบพอกันดี ไปไปไหนมาไหนกันบ่อยๆ ไปถึงกระทรวงเราหาอะไรกินรองท้องก่อน เลิกงานเรากลับพร้อมมานิตเพราะกลับทางเดียวกัน ลักชณาเขาไปของเขาคนเดียว จันทร์ที่ 19 ตค. วันนี้สอนแทนพี่สุนิสา ตอนบ่ายว่างตลอด แต่คราวนี้อาจารย์ใหญ่ คงเห็นปล่อยปละละเลยให้ครูออกไปข้างนอกบ่อย จะสั่งการว่าใครจะออกไปข้างนอกต้องขอนุญาต รับจดหมายทางบ้านบอกถึงความลำบาก เรารับรู้อยู่เต็มอกแต่ ยังช่วยอะไรไม่ได้ ตัวเราเองก็เอาตัวไม่รอด ทำไมชีวิตจึงลำบากมากอย่างนี้นะ อังคารที่ 20 ตค. วันแห่งความอัปยศ เสียหน้าครูสอนภาษาอังกฤษหมด ไม่มีเหลือ
มีฝรั่งคนหนึ่งมาเยี่ยมโรงเรียน ทุกคนผลักภาระให้ครูภาษาอังกฤษ ต้อนรับ เราพูดภาษาได้ตะกุกตะกัก ขายหน้าไม่มีดีเลย---พุธที่ 21 ตค. เพิ่งจะรู้สึกตัวว่าเงินเดือนน้อยนิด ไม่พอใช้ รายจ่ายมากกว่ารายรับ แต่เราไม่มีทางเลือก หนังสือเฉลยข้อสอบคัดเลือกนัเรยนเข้าเรียนครูปกศ ออกมามีชื่อพี่ยังเป็นรวบรวมคนเดียว คุณสถิตบ่นกะเราว่า พี่ยังทำไม่ถูก ก็เราสองคนเป็นคนทำเฉลย แต่ไม่มีชื่อเรา ---พฤหัสบดีที่ 22 ตค. วันนี้่คณะลูกเสือนักเรียนรอบบ่ายไปทัศนศึกษาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เราไม่ได้ไปมาถึงโรงเรียนเห็นว่ายังเช้าอยู่แวะดื่มอาแฟกับ
ปลาท่องโก๋ที่ร้านหน้าโรงเรียน ทำงานที่กระทรวงวันนี้เจอพี่สุกิจ ศรีรัตนา เพื่อนรุ่นพี่จากฝึกหัดครูนครราชสีมา ศุกร์ที่ 23 ตค. เป็นวันปิยมหาราช วันถวายบังคมพระบรมรูปทรงม้า นักเรียนจากทั่วสาระทิศ แห่ขบวนพาเหรด นำพุ่มมาลัยเข้าถวายพระบรมรูปทรงม้าอย่างคับคั่งเหมือนทุกปี เราเดินเที่ยวอยู่จนเที่ยงจึงกลับเข้าทำงาน เลิกงานไปบ้านพี่ยัง แวะบ้านทองดีอีกตามเคย ทุกวันไม่รู้ไปทำไม เหนื่อยมากวันนี้ นอนตั้งแต่ 1 ทุ่ม เสาร์ 24 ตค. เลิกสอนวันนี้เข้าปรึกษากับอาจารย์ใหญ่เรื่องจะพาลุกเสือเอกไปทัศนศึกษาที่จังหงวัดนครปฐม อาจารย์ใหญ่เห็นด้วย รับปากว่าจะทำหนังสือขออนุญาตให้ กลับบ้านวันนี้ กลับพร้อมกับลักขณา ตอนนั้นมีสุภาพสตรีนางหนึ่งบนรถเมล์ ขณะที่รถเมล์ไปเรื่อยๆ แทกซี่คันหนึ่งวิ่งตัดหน้า ระมล์เบรคกระท้นหัน พวกเราเซกันไปทุกคน เสียงหวีดร้องอย่างตกใจ มีเสียงแหลมดังออกมา ได้ยินกันทุกคน "ว้าย ควยถอก" แต่ขอเราไม่ถอกนะจ๊ะ ทุกคนยิ้มๆๆ หายตกใจไปทันที อาทิตย์ที่ 25 ตค. วันอาทิตย์ทำงานที่กระทรวงเช้า 9.00 น. เลิกงานอยากแวะหาตุ่มอีกแล้ว อังคารที่ 27 พี่พูนสินเรียกพบ พูดกันเรื่องการผ่อนผันทหาร เพราะเป็นครูจะได้รบการผ่อนผันไม่ต้องไปรับหมายเกณฑ์ แต่เราเรียน รด จบปีที่ 4 ทำการปลดเป็นกองหนุนแล้ว ชี้แจงให้พี่พูนสินฟัง แล้วก็เงียบกันไป สอนแทนพี่สุนิสา หิวตาลาย ตั้งแต่เช้าข้าวยังไม่ตกถึงท้องเลย มีตังค์อยู่ 5 บาท คุณสถิตยให้ยืม 20 บาท ก็ค่อยอุ่นใจหน่อย ขอบคุณยิ่งหลายๆ เด้อ ---เสาร์ที่ 31 ตค. สิ่งผิดหวังวันนี้คือสอบเรียนต่อกศบ.ภาคค่ำไม่ติด จะติดได้นย้งไง สภาพร่างกายและจิตใจไม่พร้อมสักอย่าง มีแต่ปัญหารอบด้าน ไม่มีกะจิตจกะใจดูหนังสือ สอบไม่ติดก็ไม่เสียใจ ปีหน้าเอาใหม่ก็ยังไม่สาย การประชุมครูวันนี้คือการเร่งรัดเข้มงวดระเบียบนักเรียนเพื่อแก้ปัญหาเด็ก

เดือนพฤศจิกายน 2502

เดือนใหม่ ใกล้จะสิ้นปีแล้ว ปีนี้เราได้ทำงานสมใจที่ร่ำร้องเรียกหา เราถือได้ว่าโตเป็นผู้ใหญ่แล้วแต่จริงๆเราเป็นเด็กกว่าทุกคนในโรงเรียน บรรดาครูรุ่นพี่ยังถือว่าเราเป็นน้องที่เขาว่ากล่าวตักเตือนได้ หากว่าเราทำอะไรไม่ถูกต้อง และเราก็ยอมรับ สภาพความเป็นอยู่ของเราในระยะนี้ยุ่งเหยิง วุ่นวายเพราะเราไม่มีพื้นฐานรองรับ เราหลงมาอยู่ในกรุเทพด้วยตัวคนเดียว ไม่มีญาติพี่น้องคอยอุดหนุนจุนเจือ เราต้องช่วยตัวเองมาตลอด ชีวิตเราเริ่มต้นจากเลข ศูนย์ก็ว่าได้ ---- อาทิตย์ที่ 1 พย.รู้ว่าเป็นวันอาทิตย์ ควรจะได้นอนให้เต็มอิ่ม แต่ก็ทำไม่ได้ มีงานที่กระทรวงที่เราต้องไปทำ อย่างลืมว่างานคือเงิน เงินคืองานบันดาลสุข รีบลุกจากที่นอนซักผ้าตากไว้แล้วไปกระทรวง จันทร์ที่ 2 พย.นำคณะลูกเสือตั้งแถวต้อนรับคณะทอดกฐินพระราชทานที่วัดชิโนรส เลกสอนสวันนี้ไปบ้่านพี่ประวัติ ถามถึงอี๊ดได้ความว่าเขาไปอยูหอพัก จากนั้นก็เอาต้นฉบับหนังสือเฉลยข้อสอบเสนอตามสำนักพิมพ์หลายแห่ง แต่ไม่มีที่ไหนรับ อังคารที่ 3 พย. รับจดหมายทางบ้านบอกว่าสบายดี เราตั้ใจว่าจะกลับไปเยี่ยมบ้านเร็วๆนี้ เตรียมเงินไว้แล้ว 1,000 บาท พฤหัสบดีที่ 5 พย. กลับจากโรงเรียนวันนี้ตักน้ำใสโอ่งเต็ม นั่งพักเหนื่อยหน่อยหนึ่ง เกิดอารมณ์หิวจัดทนไม่ไหวก็จัดการของเราจนอิ่ม แต่พอสำเร็จก็ปวดศีรษะ นอนพักก็หาย ว่าจะเลิกทำแล้ว แต่อดไม่ได้ทุกที วันนี้ไปทำงานต้องนั้งแท๊กซี่เพราะกลัวไปไม่ทัน ศุกร์ที่ 6 พย. วันนี้ทำงานที่กระทรวงนั่งคู่กับครูมานิตย์ ทำงานไปคุยกันไป รู้สึกเป็นสุขใจ หัวหน้าหันมามองบ่อยๆ คงจะห้ามไม่ให้เราคุยกันระหว่างการทำงาน เรารู้สึกผู้หญิงคนนี้ขึ้นมาแล้วซิเรา เสาร์ที่ 7 รู้สึกว่าสุขภาพไม่ค่อยดี ทำงานมาก พักผ่อนน้อย ผอมลงกว่าแต่ก่อน น้ำหนักลด สั่งตัวเองให้เบางานลงหน่อย ก็จะดีไปเอง อาทิตย์ที่ 8 พย. นอนตื่นสาย อยากพักผ่อนให้มาก ลดงานที่เคยทำลง ตื่นขึ้นร่างกายค่อยสดชื่ืื่น นัดกับทองดีว่าจะไปเอารูปถ่ายที่ร้านจิตรกร พฤหัสวบดีที่ 12 พย. จดหมายทางบ้านบอกว่า ได้รับเงินแล้ว แต่ไม่พอให้เราส่งไปให้อีก ฟังข่าวแล้วแทบช๊อก เพราะเราไม่มีเงินอยู่ในกระเ๋ป๋าเลย ศุกร์ที่ 13 พย. รับห่วงกาชาดไว้ 20 ห่วงขายให้นักเรียน ไม่รู้จะกินทุนเราอีกหรือเปล่า ตอนเย็นไปติดต่อสำนักพิพ์ก้าวหน้าเรื่องพิมพ์เฉลยข้อสอบ แต่ไม่เจอผู้จัดการ จึงฝากต้นฉบับไว้ เสาร์ที่ 14 พย. ว่าง 2 ชั่วโมงตอนเช้า ไปติดต่อสำนักพิมพ์ก้าวหน้า ดูเหมือนเขาจะไม่รับพิมพ์เพราะกลัวขายไม่ออก เขาบอกว่าอยากได้ระดับ ปกศ.มากกว่า ม.3 อาทิคย์ที่ 15 พย.วันนี้เป็นวันลอยกระทง วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ดวงตะวันลับตึก ทองฟ้ากระจ่างด้วยแสงจันทร์เต็มดวง ผู้คนทุกหมู่เหล่า ชุมนุมกันเนืองแน่นริมฝั่งน้ำ ขณะที่น้ำเต็มฝั่ง แสงเทียนจากกระทงวับๆ แวมๆ กระจายเต็มท้องน้ำ ใต้สะพานพุทธอันเป็นที่ตั้งของสถานีวิทยุ ปชส 7มีการแสดงบนเวที ซื้อตั๋วเข้าไปชมการแสดง ต้องยืนเพราะมีเก้าอี้ไม่พอ แต่ถึงยืนก็ยอม จนถึงเที่ยงคืนเลิกงานแสดง --จันทร์ที่ 16 พย. ไปบ้านพี่ยังจะปรึกษาเรื่องพิมพ์หนังสือ ลงรถหน้าโรงพยาบาลสงฆ์ เดินเข้าตรอก มืดและเงียบน่ากลัว มีหมานอนอยู่ข้างทางหลายตัว เกิดอาการลังเลว่าจะเดินต่อไปหรือไม่ กัดฟันสู้เดินต่อจนถึงห้องแถวบ้านพี่ยัง แต่จำไม่ได้ว่าเป็นหลังไหน และห้องแถวก็ปิดประตูกันหมดแล้ว ตัดสินใจเคาะประตูบ้านหลังหนึ่ง ก็มีซิ้มแก่ๆคนหนึ่งมาเปิดประตู แกชี้บอกบ้านพี่ยังให้เรา เป็นบ้านถัดไปอีกหลังห้องหนึ่ง ได้พบพี่ยังและคุยกันรู้เรื่องแล้วเราก็ลากลับ เวลาตอนนั้นเกือบ 3 ทุ่มแล้ว เราต้องออกอาการครึ่งเดินครึ่งวิ่งออกจากซอย ถึงป้ายรถเมล์ค่อยโล่งใจหน่อย ไปต่อรถที่บางลำภู ถึงบ้านเกือบ4 ทุ่ม จบการผจญภัยในตรอกมืดยามดึก ---อังคารที่ 17 พย. เรากับครูสถิตไปสำนักพิมพ์เพื่อนครู เสนอต้นฉบับเฉลยข้อสอย เขาเสนอให้ค้่่าเขียน 600 บาท ตอนนั่งรถเมล์เจอคุณการันต์ เพื่อนเราคนนี้คือเพื่อนเก่าสมัยรร.อำนวยวิทยา ท่าฉาง มาสอบเรียนต่อที่รร.เพาะช่างด้วยกัน เราสองคนสอบได้ แ่ต่เราสละสิทธิเพราะได้ครู ปกศที่นครราชสีมา การันต์ทักเราก่อนเราก็จำได้ วันนี้ค่าทำงานพิเศษออก 520 บาท ศุกร์ที่ 20 พย. บนรถเมล์สายบางกอกน้อย ใครคนหนึ่งเรียกเราว่าพี่ แนะนำตัวว่าเขาเป็นนักเรียนครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เป็นรุ่นน้อง เรียน ม 1ตอนที่เราเรียน ม.6 ที่รร.อำนวยวิทยาท่าฉาง แต่ไม่ได้บอกชื่อ เราก็ไม่ทันได้ถาม ก็ไม่รู้ว่าบันทึกอย่างไรสำหรับวันนี้ คุณบุญส่งและมานิตกลับบ้านสระบุรีเย็นวันนี้ เสารฺ์ที่ 21 พย.ไปทำงานพิเศษที่กระทรวงพร้อมกับลักขณา ไปไหนเป็นคู่เสมอ ไม่ชอบก็เหมือนชอบ อาทิตย์ที่ 22 พย. วันอาทิตย์ซักผ้าเสร็จก็ไปทำงานที่กระทรวงตามปกติ หลังพักเที่ยงวันนี้ หัวหน้ากองวัดผลออกมาพูดกับเราว่า งานเสร็จเรียบร้่อยด้วยความร่วมมืออย่างดี หวังว่าเราจะได้ทำงานกันอีกคราวหน้าเดือนมีนาคม ทำต.2 ก. ม. 8 เราดีใจที่งานเลิก งานเสร็จแล้ว แต่ใจหนึ่งก็หดหู่ที่เราต้องขาดรายได้ เงินเดือนยิ่งไม่พอใช้อยู่ด้วย เลิกงานเราไปรอพบพี่ยังที่สำนักพิมพ์ก้าวหน้า ตกลงกันเรื่องพิมพ์หนังสือ สำนักพิมพ์ยืนกรานว่าจะจ่ายค่าลิขสิทธิ 600 บาท (เราแบ่งกันคนละ 200 บาท) แต่เรา็้พอใจที่จะได้มีชื่อ นายประดิษฐ์ พราหมณ์มณี ปรากฏในหน้าปกหนังสือ----จันทร์ที่ 23 พย. วันนี้เป็นวันสอบซ้อม ดีใจที่ไม่ต้องสอนแต่ต้องคุมสอบ เปิดตู้เอาข้อสอบออกมา ว้าโว้ย ยงไม่ได้ตัด ให้คูณถนอมจัดการไปพลางก่อน เราตัดข้อสอบเสร็จ การสอบผ่านไปด้วยดี อังคารที่ 24 คุมสอบเข้ม นักเรียนไม่ค่อยชอบใจนัก แต่ช่างเถอะ ตอนพักลุงสายเอาข้าวมาให้ถึงห้อง ไม่มีเวลาออกไปกินข้างนอก พฤหัสบดีที่ 26 ไปสมัครเรียนพิมพ์ดีดที่สถาบันเทคนิคบัญชี วันละ 2 ชม.เดือนละ 60 บาท จำเป็นต้องใช้การพิมพ์หนังสือ เกี่ยวกับการพิมพ์ข้อสอบและงานราชการ ที่จริงเราเคยเรียนมาแล้วสมัยเรียนที่โคราช แต่ไม่ได้ใช้ตอนนี้ก็ลืมไปหมดแล้ว ต้องฟื้้นกันใหม่ ศุกร์ที่ 27 พย. คุณพงษ์ศักดิ์และคุณถนอมมาเยี่ยมถึงบ้าน นั่งคุยกันาน แล้วพากันไปเลี้จงก๋วยเตี๋ยววัดดงอันลือชื่อ เสาร์ทีี่่ 28 วันนี้นักเรียนมาน้อย (ไม่รู้สาเหตุเพราะไม่มีบันทึก) จึงไม่มีการเรียน ให้ทำงานในห้องเรียนตามอัธยาศรัย พักเที่ยงก็ปล่อยให้กลับบ้าน เราก็กลับด้วยเหมือนกัน ถึงบ้านก็ไม่มีอะไรทำ คิดแผนการที่จะเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่จนใจที่ไม่มีค่ารถ นอนพักผ่อนแล้วอดไม่ได้ที่จะต้องช่วยตัวเอง ทุกทีเลยถ้าอยู่บ้านคนเดียว ตกเย็นไปเอากางเกงที่ร้านช.ประดิษฐ์ อาทิตย์ที่ 29 พย. ปวดหัวมาก นอนแต่หัวค่ำ สมพรมาจากชัยนาท พักที่โรงแรมผานิต บางลำภู ชวนเราไปโรงแรม แต่เราปฏิเสธขอไปพรุ่งนี้ เขายืมตังค์10 บาท วันนี้ จันทร์ที่ 30 พย. วันสิ้นเดือน เงินออก 973.50 บาท เดือนนี้จะกลับไปเยี่ยมบ้าน กะว่าจะไปวันที่ 2ธค. กลับวันที่ 9 ธค.เป็นช่วงปิดเทอมกลาง วันนี้เป็นวันสุดท้ายของภาคเรียน
บันทึกการเข้า

นายเสือ

อย่ายอมแพ้

Free Reseller Host
paradise on koh phangan

admin

  • เจ้าบ้าน
  • เพื่อนบ้าน
  • *****
  • กระทู้: 208
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
    • อีเมล์
Re: ไดร์อารี่ ของ อ.ติงต๊อง 2
« ตอบ #20 เมื่อ: กันยายน 28, 2010, 03:14:24 AM »
เดือนธันวาคม 2502

อังคารที่ 1 ธค. ไปไถ่สายสร้อยและถอนเงินจากออมสิน 1,400 บาท ตอนเย็นไปตัดผมที่ร้านวิไลศิลป์ ตลาดแขก ไปจองตั๋วไม่ทันเพราะยุ่งอยู่กับทำงานบ้าน วันที่ 2 จองตั๋วได้แล้ว จองที่สถานีรถไฟบางกอกน้อย ถึงปายทางจังหวัดชุมพร ครึ่งราคา 30.50 บาท พฤหัสบดีที่ 3 พย. คืนนี้นอนหลับยาก เพราะธรรมดาก่อนเดินทางมักจะเป็นอย่างนี้ เมื่อนอนไม่หลับก็ต้องช่วยตัวเอง จนสำเร็จคราวนี้หลับสบาย รวดเดียวจนถึงตี 5 ออกจากบ้านคุณบุญส่งไปส่งเราที่สถานีรถไฟ วันนี้คนไม่ค่อยมาก เลือกหาที่นั่งได้ตามสบาย ครึ่งวันผ่านไปรถไฟพาไปถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ฝนเทลงมาอย่างหนัก ต้องปิดหน้าต่างรถ มองดูสายฝนสองข้างทางรถไฟ ปล่อยจิตใจไปตามสบาย ทิ้งความวุ่นวายไว้เบื้องหลังชั่วคราว ครู่หนึ่งคุณพิบูลย์ ปีปะปานเพื่อนเก่าสม้ัยรร.อำนวยวิทยามานั่งใกล้ๆชวนคุยด้วย ดวงอาทิตย์ลอยลับเหลี่มเขาไปแล้วย ความมืดเข้ามาแทนที่ รถไฟมาถึงสุดหมายปลายทาง และจะต้องจอดที่นี่จนก่าถึงรุ่งเช้าก็กลับเข้ากรุงเทพ ทันทีที่รถจอดเสียงโกลาหน เซ็งแซ่ของบรรดาพ่อค้าแม่ขายบนชานชลา เราลงจากรถนั่งสามล้อไปส่งที่โรงแรมรัตนาพร ทีเคยพักมาหลายครั้งแล้ว ไม่ห่วงกังวลใดๆทั้งสิ้น หลังจากสำเร็จกิจส่วนตัวสมใจแล้วก็หลับไปด้วยความเหนื่อย เพลียจากการเดินทางด้วย พุธที่ 9 ธค รุ่งเข้าเราก็เดินทางต่อไปท่าฉาง . เราพักอยู่กับบ้านจนถึงวันที่ 8 ระหว่างนี้พ่อกำลังปลูกบ้านใหม่ เราก็ได้ช่วยพ่อทำงานตามกำลังที่จะช่วยได้ ให้เงินทางบ้านครั้งวนี้1,000 บาท

รวบรัดตัดตอนว่าเรากลับคืนสู่กรุงเทพมหานครอีกครั้งเมื่อวันที่ 9 ธค.

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน 4 ภาค เรากับทองดีไปเที่ยวงาน แวะซุ้มงานภาคใต้ มีสาวๆ 2 คนทักทายเราบอกว่าเป็นศิษย์เก่ารร.อำนวยวิทยา รุ่นน้อง เขารู้จักเราดี แต่เรากลับจำเขาไม่ได้ แย่มากๆๆ ศุกร์ที่ 11 ธค. เปิดเทอมวันแรกของเทอมปลาย มีการเรียนการสอนตามปกติ ตามตารางสอนเดิม ตอนบ่ายคุณสมยศโทร ให้ไปรับเงินค่าทำงานพิเศษงวดที่แล้ว เรากับลัขณาก็พากันไปกระทรวง รับเงินวันนี้ 420 บาท แล้วเราก็ไปที่ี เิอยูเอ จ่ายค่าเรียนภาษาอังกฤษ 120 บาท เสาร์ที่ 12 ธค. วันนี้ได้พบเธอคนนั้นอีกเป็นครั้งที่ี 2 อยู่ในเครื่องแบบนักเรียนเสาวภา ไม่รู้เรียนชั้นไหนปีไหน เพราะยังไม่ได้คุยกันมากนัก อาทิตย์ 23 ธค. ครูอนันต์ชวนไปสอนพิเศษ จัดหาชักชวนนักเรียนของเราเอง ไปหาเช่าที่เปิดสอน เราได้ริเริ่มหาเงินเป็นครั้งแรก ทีมงานของเรามีสมาน จำรัสและอนันต์ กำหนดเปิดสอนวันที่ 15 เดือนนี้ จันทร์ที่ 14 เรากับพวกไปติดต่อโรงเรียนสนธิศึกษา เป็นที่เรียนพิเศษ ได้พบผู้จัดการโรงเรียน โรงเรียนนี้มีครูสาวๆสวยๆทั้งนั้น อังคารที่ 15 ธค. เปิดฉากเริ่มสอนเราเป็นคนประเดิมก่อน สอนวิชา แต่ง แปล ภาษาอังกฤษ มีนักเรียนเกือบเต็มห้อง 25 คน พุธที่ 16 ธค. การสอนพิเศษเริ่มออกรส สนุกสนานดี นักเรียนพอใจการสอนของเรา วันนี้ไปบ้านทองดี ชวนกันไปวงเวียนใหญ่ ก็ไม่มีอะไรชวนกันไปเที่ยวเตร่ดูอะไรต่ออะไรไปตามเรื่องของคนหนุ่มๆ แต่เรากับทองดีไม่เคยเทียวหาตามสถานที่เปลี่ยวๆ เลยแม้แต่ครั้งเดียว มีแต่สมพรชอบชวนเราไปหาตามสถานที่ขายบริการ แต่เราได้แค่รอข้างนอก พฤหัสบดีที่ 17 ธค. คณะครูจัดงานเลี้่ยงฉลองเงินเดือนขึ้นสองขั้น เราเป็นครูใหม่ยังไม่ได้ขั้นกับเขาก็พลอยไปด้วย กำหนดจะจัดเลี้ยงกันในวันที่ 19 ธค. บ่ายเวลา 17.00 น. คณะครูพร้อมกันที่ร้านอาหารใหญ่แห่งหนึ่งใกล้โรงภาพยนตร์เฉลิมเกียรติ เราไปพรน้อมกับครูทวี อาหารเครื่องดื่มเต็มโต๊ะ เป็นครั้งแรกที่เราได้เข้าร่วมรับประทานอาหาร ไม่เคยดื่มเหล้่าก็ต้องได้ดื่มวันนี้ เพื่อนๆคอยเติมเหล้า ยุให้ดื่ม เราก็ไม่ยับยั้ง แบบบ้ายอน่ะแหละ ไม่ข้าก็เมาได้ที่ เลิกงานเดินไปได้ร่องรอย ครูพยอมตามไปส่งเราถึงบ้าน อาทิตย์ที่ 20 ตื่นเช้าก็สร่างเมา ซักผ้าเสร็จก็ออกไปสอนพิเศษตามหน้าที่ คอแ ห้งไม่ค่อยมีเสียง ทนสอนไปจนหมดชั่วโมง จันทร์ที่ 21 ธค. วันนี้คัดเลือกนักกิฬา ส่งนักกิฬาไปคัดเลือกและให้นักเรียนที่เหลือไปชมการแข่งขันทีสนามกิฬา เริ่มบ่ายสามโมงก็มีการแข่งขัน เราต้องอยู่ควบคุมนักเรียนประมาณ 3 ชั่วโมง เราก้บครูประเสริฐก็พากันเลี่ยงออกมา เพราะเห็นว่าเหตุการณ์เป็นปกติ ไม่มีอะไร เราก็กลับบ้าน วันนี้ได้พบสาวคนนั้นกำลังรอรถอยู่ที่ป้ายรถเมล์กับน้า เราไม่ไ้ด้พูดกัน ---อังคารที่ 22 ธค. หลังจากสอนพิเสษแล้วเราไปบ้านทองดี ที่นี่เป็นที่นัดพบระหว่างบรรดาเพื่อนฝูง มีพิชิตอีกคนหนึ่งมาที่นี่บ่อย เรามักจะเจอพิชิตที่นี่เสมอ พุธที่ 23 ธค. วันนี้พา๕ะลูกเสือเอกไปเดินทางไกลไปตลิ่งชัน เรายังไม่มเครื่องแบบลูกเสือ เราก็แต่งตัวแบบธรรมดาไปก็ได้ ครูรุ่นพี่ๆเขาว่าอย่างนั้น ลองฟังเศรษฐกิจของเราวันนี้ซิว่าเป็นอย่างไร ค่าชุดลูกเสือที่บางลำภู 32 บาท เราต้องเบิกจากออมสินซึ่งยังเหลือ 40 บาท วันนพรุ่งนี้เราก็จะมีเงินเหลือติดกระเป๋า 1 บาท ----- พฤหัสบดีที่ 24 ธค.นักเรียนไปเชียร์กิฬาเขตในตอนบว่าย เราจึงไม่มีสอน ประชุมนักเรียนในห้องเรื่องจัดงานปีใหม่ ตกลงกันว่าไม่จัด แต่ถ้านักเรียนจะจัดกันเองก็ได้ ครูประจำชั้นเป็นที่ปรึกษา คุณถุงเงินเป็นครูฝึกสอน รวมกับนักเรียนจัดงานวันปีใหม่ เก็บเงินคนละ 3 บาท ทุกคนเห็นด้วย เสาร์ 26 ธค. 7.30 น.ทกคนพร้อมกันที่โรงเรียน เราเตรียมบรรจุกระเป็าเผื่อนักเรียนป่วยระหว่างทาง 8.00 น. รวมพลกันหน้าอาคารเรียนจัดลูกเสือเป็น 3 กอง คือ อ.29 อ.174 และอ. 172 ครูประดิษฐ์บังคับกอง อ.24อาจารย์ใหญ่ให้โอวาทหน้าเสา
ธง แล้วกอบ อ.24 ออกเดินทางนำไปก่อนด้วยขบวนยาวเหยียด สายแล้ว แสงแดดเริ่มจ้า อากาศร้อนอบอ้าว ไม่ช้าก็มาถึงทางรถไฟสายใต้ เดินต่อไปอีกราว 4 ชั่โมงก็ถึงสะพานเข้าวัดตลิงชัน เราพักและจัดหุงหาอาหาร เสร็จแล้วสอบขึ้นต้นไม้และว่ายน้ำ การหุงหาอาหารก็คือการสอบอีกวิชาหนึ่ง ทุกคนสนุกสนาน เราคณะครูดื่มเซ่เว่นอัพแอบเจือแม่โขงด้วย ทำให้เลือดขึ้นหน้าซ่าๆ ร้อนวูบวาบๆ เสร็จกิจทุกอย่างก็เป็นเวลาเดินทางกลับโรงเรียน เราเดินผ่านสวนผลไม้ ชาวสวนเอามะละกอแจกให้นักเรียนคนละลูก ในที่สุดเดินมาถึงทางตัดกับถนนจรัลสินทวงศ์ เราก็บอกให้นักเรียนต่างแยกย้ายก้นกลับบ้าน ครูประดิษฐ์ก็แยกไปบ้านเหมือนกัน และวันนี้ก็ได้เจอกันอีกแต่ยัีงไม่ได้พูดกัน แย่จัง อาทิตย์ที่ 27 รีดผ้ายังไม่ทันเสร็จไฟดับก็ต้องเลิก วันนี้มีแผนที่จะไปตัดกางเกงที่ร้าน ช.ประดิษฐ์ ไปวัดตัวตัดแล้ว ราคา 105 บาท นัดไปรับวันที่ 4 มค.ปีหน้า จันทร์ที่ 28 ธค. วันนี้แข่งกืฬาที่สนามศุภชลาศรัยอีกวันหน่ึง มีรถรับครูและนักเรียนไปถึงสนามก่อนเวลา 11.00 น. เราเจอทองดีที่นี่ด้วย เวลา 14.00 น. ในหลวงสเด็จมาถึง ประธานกราบทูลรายงานแล้วขบวนพาเหรดของนักกิฬาของโรงเรียน
ต่างๆก็เดินทะยอยออกจากที่ตั้งเดินเข้าสนาม ดูเป็นที่คึกคัก จนเวลา 15.00 น. การแข่งขันก็เริ่มขึ้น เราอยู่ในงานไม่นานก็ต้องเลี่ยงออกมาเพราะต้องไปสอนพิเศษ ---อังคารที่ 29 ธค. วันนี้แข่งขันกิฬาเป็นวันที่สอง วันนี้ไม่มีเวรคุมนักเรียนที่สนามกิฬา เราไปลงชื่อทำงานสาย 9 โมงแล้วแต่ก็ยังเป็นคนที่สอง ครูทวีเป็นคนแรก คุุณทวีชวนกันไปบ้านคุณอนันต์ จากนั้นเราก็กลับไปนอนพักผ่อนที่บ้าน สำเร็จอีกแล้ว อยู่คนเดียวต้องได้เรื่องทุกที
ไม่นานคุณทองดีมา ก็ไม่มีอะไรคุยกันปรับทุกข์กันไปเรื่อยๆ ตกเย็น 16.00 น.ไปสอนพิเศษ วันนี้เป็นวันอด เพราะเงินหมดชีวิตเราช่างลำเค็ญเสียจริงๆ นี่ก็จะสิ้นปีเก่าแล้ว ปีหน้าปีใหม่ ชีวิตเราจะมีอะไรใหม่ๆ บ้างไม่ได้เชียวหรือ พุธที่ 30 ธค. ประชุมแต่งตั้งกรรมการจัดงานวันปีใหม่ของชั้น ม.5 ข มีณรงค์ มัณยานนท์เป็นประธาน สมชาย ดำเด่นงามเป็นรองประธาน งานผ่านไปด้วยความเรียบร้อย สนุกสนานกันทั่วหน้า วันนี้นักเรียนแสดงออกถึงความรักครูประจำชั้่นของเขาเป็นอย่างดี

ส่งท้ายปีเก่า2502
ผ่านไปแล้ว 365 วัน ทั้งสุขและทุกข์คลุกเคล้ากันอนย่างกลมกลืน แยกไม่ออกว่าส่วนไหนคือความสุข และส่วนไหนคือความทุกข์ เอาละเรามาแผ่เมตตาให้ส่ำสัตว์ทั้งหลาย ที่เป็นเพื่อนทุกข์เกิด แก่เจ็บตายทั้งหมดทั้งสิ้น จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรซึ่งกันและกันเลย อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลยขอให้รักษาตนให้พ้นทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ
บันทึกการเข้า

นายเสือ

อย่ายอมแพ้

Free Reseller Host
paradise on koh phangan
 

Free Hosting

ติดต่อโฆษณา phangan@gmail.com